ด่วน! ศาลยกคำร้อง สั่ง เท้ง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน! ศาลยกคำร้อง สั่ง เท้ง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่
ข่าวการเมือง

ด่วน! ศาลยกคำร้อง สั่ง เท้ง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ตามคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สำหรับการพิจารณาคดีในวันดังกล่าว ฝ่ายผู้ร้องคือ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เข้าร่วมการพิจารณา ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นอดีต สส.พรรคก้าวไกลทั้ง 44 คน ส่วนใหญ่มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้แทน โดยมีอดีต สส.บางส่วนเดินทางมาศาลด้วยตนเอง อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ภายหลังเปิดการพิจารณา ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านทั้ง 44 คนไว้พิจารณา ก่อนกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 09.30 น. พร้อมกำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นแนวทางการไต่สวน รวมถึงหากมีพยานหลักฐานที่ประสงค์ให้ศาลออกหมายเรียก ต้องยื่นคำร้องภายในวันที่ 25 ก.ค. และไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันนัด

นอกจากนี้ ศาลยังกำหนดวันนัดไต่สวนพยานนัดแรกในวันที่ 25 ส.ค. และนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 ก.ย. และ 27 ต.ค. เวลา 09.30 น. โดยวางกรอบการไต่สวนพยานไว้ทั้งหมด 17 ปาก และกำหนดกรอบระยะเวลาพิจารณาคดีประมาณ 1 ปี

ในวันเดียวกัน ศาลยังมีคำสั่งต่อคำร้องของนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ยื่นขอให้ศาลสั่งให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองคมนตรีที่เข้าร่วมประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็น ระบอบสีน้ำเงิน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องมิใช่คู่ความในคดี อีกทั้งยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ขณะที่ทนายความของนายณัฐพงษ์ ได้ชี้แจงต่อศาลว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล มิได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาในคดีนี้ และไม่ถือเป็นการกระทำซ้ำอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล

ทั้งนี้ ศาลยังระบุว่า ผู้คัดค้านลำดับที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและจะดำเนินคดีด้วยตนเองในฐานะทนายความ ขณะที่ผู้คัดค้านลำดับที่ 12 ก็ไม่ได้แต่งตั้งทนายความเช่นกัน และประสงค์จะยื่นคำคัดค้านรวมถึงดำเนินการไต่สวนด้วยตนเอง

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หนึ่งในผู้คัดค้าน เปิดเผยว่า การเดินทางมาศาลครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ โดยได้ยื่นคำชี้แจงในประเด็นการได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจากนี้จะต่อสู้คดีไปตามกระบวนการของศาลด้วยองค์ความรู้และพยานหลักฐานที่มี

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้ถือเป็นสิ่งที่ติดตัวมาจากการทำหน้าที่ สส. และการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ซึ่งผลของคดีจะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจและความยุติธรรมของศาล พร้อมระบุว่า ในวันดังกล่าวได้พบปะและให้กำลังใจอดีต สส.คนอื่น ๆ โดยบางคนแต่งตั้งทนายความ ขณะที่บางคนเลือกดำเนินคดีด้วยตนเอง

ด้านนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า หลังจากศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในเดือน ส.ค. แล้ว จะเริ่มไต่สวนพยานในวันที่ 25 ส.ค. โดยสำนวนที่ ป.ป.ช. ยื่นต่อศาลได้รวบรวมพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไว้ครบถ้วน ส่วนศาลจะพิจารณาแยกหรือรวมสำนวน เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะดำเนินการเป็นรายบุคคลหรือพิจารณาร่วมกันในฐานะคดีเดียว

นายพัฒนพงศ์กล่าวอีกว่า บัญชีพยานที่ ป.ป.ช. เสนอมีจำนวน 17 ปาก ประกอบด้วยเจ้าของสำนวน ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดทำสำนวน รวมถึงอดีต สส.พรรคก้าวไกลที่เคยเข้าให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช. โดยศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจคัดเลือกว่าจะเรียกพยานบุคคลใดเข้าไต่สวนและจำนวนกี่ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ