เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พ.อ.ณัฐวุฒิ สมพรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ได้ลงนามในประกาศด่วนที่สุด ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 เพื่อจำกัดการเข้าออกพื้นที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ถึง 47 ทางทิศตะวันออกของถนนศรีเพ็ญ บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว
มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดี และมีการคุมเข้มเป็นพิเศษ 2 ข้อ ได้แก่ 1. ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ในทุกกรณี ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และ 2. อนุญาตเฉพาะชาวบ้านที่มีที่ดินทำกิน สามารถเข้าทำเกษตรได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 น. – 18.00 น. เท่านั้น โดยชาวบ้านจะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงตัวและลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันที
ขณะเดียวกัน กำลังพลชุดทหารช่าง ได้เร่งดำเนินการติดตั้ง ‘ลวดหนามหีบเพลง’ เพิ่มเติมอย่างหนาแน่น เพื่อปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ บริเวณรอยต่อจุดตรวจ ส.40 ถึง ส.41 บ้านหนองจาน
ล่าสุด แหล่งข่าวจากกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ได้ชี้แจงสถานการณ์ว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกจริง แต่ประกาศที่ออกมานั้น ไม่ใช่การประกาศเคอร์ฟิว ในความหมายของการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานแต่อย่างใด แต่เป็นการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อห้ามเข้าพื้นที่ในยามวิกาลบริเวณหลักเขต 46-47 ด้านทิศตะวันออกของถนนศรีเพ็ญ
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้กล่าวย้ำที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเพียงการห้ามเข้าบริเวณพื้นที่ควบคุมของทหาร ไม่ใช่การห้ามประชาชนออกนอกบ้าน
กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา ได้ให้เหตุผลในการประกาศจำกัดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านหนองจานว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ล่อแหลม มีการตรวจพบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนเพื่อควบคุมมิให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาสร้างประเด็น หรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ระหว่างรอกระบวนการรังวัดที่ดิน
ที่สำคัญ กองทัพภาคที่ 1 ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าว มีการตรวจพบวัตถุระเบิดตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก การสัญจรในเวลากลางคืนจึงอาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทั้งชาวบ้านและกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ บางส่วนยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่อาจมีการปรับปรุงฐานที่มั่น หรือการปฏิบัติทางทหารอื่น ๆ จึงกำหนดให้มีการใช้เส้นทางเข้า-ออกในพื้นที่การเกษตรเพียงเส้นทางเดียว เพื่อให้การเฝ้าตรวจรักษาความสงบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด ในการรักษาและปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มศักยภาพ มีการวางกำลังและลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยขอย้ำว่ามาตรการล่าสุดนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเชิงความขัดแย้ง แต่เป็นไปเพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่
