ถึงว่า! แก้มบุ๋ม เผยสาเหตุ ไม่แจ้งความ บุ๋ม ปนัดดา หลังเคยบริจาคไปเยอะมาก
ถึงว่า! แก้มบุ๋ม เผยสาเหตุ ไม่แจ้งความ บุ๋ม ปนัดดา หลังเคยบริจาคไปเยอะมาก
ข่าวบันเทิง

ถึงว่า! แก้มบุ๋ม เผยสาเหตุ ไม่แจ้งความ บุ๋ม ปนัดดา หลังเคยบริจาคไปเยอะมาก

ฟังข่าวนี้

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา สำหรับกรณีตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน มีผู้บริจาคหลายราย รวมถึงคนดังในวงการบันเทิง ทยอยเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ รวมถึงแจ้งความเอาผิด เนื่องจากพบว่ามีการนำเงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

หนึ่งในนั้นคือ เป็กกี้ ศรีธัญญา นักร้องและพิธีกรชื่อดัง ซึ่งบริจาคเงิน 3 ครั้ง รวม 205,555 บาท แบ่งเป็นปี 2566 จำนวน 55,555 บาท ปี 2567 ช่วยน้ำท่วม 50,000 บาท และปี 2568 ช่วยสถานการณ์ชายแดน 100,000 บาท ก่อนเข้าแจ้งความพร้อมทนายความเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่ โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน มีรายงานว่ามูลนิธิวายไลฟ์เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี 150,000 บาท โดยได้รับหนังสือแจ้งการรับบริจาค ก่อนมอบหมายทนายความเข้าแจ้งความเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน แหม่ม วิชุดา พินดั้ม เคยบริจาคเงิน 50,000 บาท เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.เชียงราย โดยเคยสอบถามเรื่องใบลดหย่อนภาษี แต่ได้รับคำชี้แจงว่ายังไม่สามารถออกให้ได้ ก่อนเข้าแจ้งความเช่นกัน เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา

ส่วน อ.ตฤณห์ โพธิ์รักษา เคยบริจาคเงิน 20,000 บาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังเผยแพร่เลขบัญชีเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาค ก่อนเข้าแจ้งความพร้อมทนายความ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมี ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ เบลล่า ราณี แคมเปน นักแสดงชื่อดัง ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับเงินบริจาค ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. พร้อมทนายความ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วย

ล่าสุด ด้าน แก้มบุ๋ม ปรียาดา นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับสาเหตุที่ไม่ไปแจ้งความเอาผิด บุ๋ม ปนัดดา โดยแก้มบุ๋มกล่าวว่า "หนูทำบุญแล้ว หนูถือว่าหนูทำบุญค่ะ เงินสุดท้ายถ้ามันถึงคน ก็คือสาธุบุญ ถ้าไม่ถึง สุดท้าย สมมติว่าใครที่เอาไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด หรือทางใดก็ตาม หนูรู้สึกว่า กรรมมันก็จะตกอยู่ที่เขาเอง แต่สำหรับเรา ตอนใจเราให้ ใจเราบริสุทธิ์ แล้วเรารู้สึกว่าเราเต้มใจที่จะให้แล้ว เพราะฉะนั้นก็คงไม่ไปแจ้ง หรือว่าไม่ได้ต้องการเอาเงินคืนอะไรทั้งนั้น"

อย่างไรก็ตาม บุคคลที่เกี่ยวข้องมีสถานะการดำเนินการแตกต่างกัน ทั้งการแจ้งความและการเข้าให้ข้อมูล โดยยังต้องรอผลการตรวจสอบของตำรวจ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเงินบริจาคที่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้นต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ