จากกรณีพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” สามี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก หลังถูกจับกุมตามหมายจับ พร้อมเข้าตรวจค้นบ้านพักและมูลนิธิฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ปทุมธานี รวม 4 จุดเป้าหมาย ก่อนสอบปากคำทั้งสองคนอย่างเข้มข้นตลอดทั้งคืน
ต่อมาพนักงานสอบสวนยื่นฝากขัง พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว โดย น.ส.ปนัดดา ไม่ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว ขณะที่นายอธิปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้เงินสดเป็นหลักทรัพย์จำนวน 1 ล้านบาท แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต
ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ลักษณะและความหนักเบาของข้อหา รวมถึงพฤติการณ์แห่งคดี พบว่าคดีส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง มีผู้เสียหายจากการบริจาคเงินมากกว่า 900,000 บัญชี และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 900 ล้านบาท อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยตัว ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลหรือพยานหลักฐาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการประกันตัว ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวนายอธิป
ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายอธิปไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนน.ส.ปนัดดา ถูกส่งตัวไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยพนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนส่งอัยการภายในกรอบระยะเวลา 84 วัน หรือ 7 ฝาก
ล่าสุด วันที่ 8 พ.ย. 2569 ทีมโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยข้อมูลจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ถึงอาการและความเป็นอยู่ของผู้ต้องหาทั้งสองรายหลังเข้าเรือนจำ
สำหรับนายอธิป เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจัดเป็นผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน ภายหลังเข้ารับตัว พยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่านายอธิปมีสติสัมปชัญญะดี สามารถตอบคำถามและสื่อสารรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ และไม่มีอาการเหนื่อยหอบ
อย่างไรก็ตาม นายอธิปแจ้งว่ามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเกาต์และโรคไต โดยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งยังระบุว่าไม่มีประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร ส่วนรอยฟกช้ำตามร่างกายเกิดจากการผ่าตัดเย็บเอ็นบริเวณต้นแขนขวา
นอกจากนี้ นายอธิปปฏิเสธการสูบบุหรี่และการใช้สารเสพติด แต่ยอมรับว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นบางครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปกักกันโรคสำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่เป็นเวลา 5 วัน ที่แดน 2 หรือแดนแรกรับ ตามมาตรการของเรือนจำ
ส่วน น.ส.ปนัดดา ทัณฑสถานหญิงกลางได้รับตัวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 7 พ.ย. หลังศาลมีคำสั่งฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ครั้งที่ 1 โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ ทั้งการจัดทำประวัติส่วนบุคคล ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจโดยพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์
ผลการตรวจพบว่า น.ส.ปนัดดามีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และมีสภาพจิตใจโดยรวมปกติ แต่มีความกังวลและเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ภายนอกเรือนจำ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้าแดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ พร้อมจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นเป็นแกงจืดวุ้นเส้นกับไข่ต้ม ซึ่ง น.ส.ปนัดดาสามารถรับประทานได้ตามปกติ และยังไม่ได้ร้องขอสิ่งใดเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์รายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ดี สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ และยังไม่พบภาวะความเครียดสูงหรือความวิตกกังวลในระดับรุนแรง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ