ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในภาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไทยจำนวนมาก เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้เปิดเผยข้อมูลการจัดอันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากที่สุด พร้อมประเมินค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและปรับพฤติกรรมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม
จากการจัดอันดับของ พพ. ได้ระบุ 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงเป็นพิเศษ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บิลค่าไฟของท่านพุ่งสูงขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. เครื่องทำน้ำอุ่น: มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 2,500 – 12,000 วัตต์ ส่งผลให้มีค่าไฟโดยประมาณ 10 – 47 บาทต่อชั่วโมง
2. เครื่องซักผ้า: กำลังไฟฟ้า 3,000 วัตต์ มีค่าไฟโดยประมาณ 12 บาทต่อชั่วโมง (เฉลี่ยรอบละ 30 บาท)
3. เครื่องปรับอากาศ (แอร์): กำลังไฟฟ้า 1,200 – 3,300 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 5 – 13 บาทต่อชั่วโมง
4. เตารีดไฟฟ้า: กำลังไฟฟ้า 750 – 2,000 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 3 – 8 บาทต่อชั่วโมง
5. หม้อหุงข้าว: กำลังไฟฟ้า 450 – 1,500 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 2 – 6 บาทต่อชั่วโมง
6. เตาไฟฟ้า: กำลังไฟฟ้า 200 – 1,500 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 0.80 – 5 บาทต่อชั่วโมง
7. เครื่องดูดฝุ่น: กำลังไฟฟ้า 750 – 1,200 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 3 – 5 บาทต่อชั่วโมง
8. เครื่องปิ้งขนมปัง: กำลังไฟฟ้า 800 – 1,000 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 3 – 4 บาทต่อชั่วโมง
9. เครื่องเป่าผม: กำลังไฟฟ้า 400 – 1,000 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 2 – 4 บาทต่อชั่วโมง
10. ไมโครเวฟ: กำลังไฟฟ้า 100 – 1,000 วัตต์ ค่าไฟโดยประมาณ 0.40 – 4 บาทต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ พพ. ยังได้แนะนำเทคนิคการประหยัดพลังงานฉบับเร่งด่วนสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆ ที่กินไฟสูง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น: ควรปรับอุณหภูมิให้พอดี ไม่ร้อนจนเกินความจำเป็น และปิดเครื่องทันทีหลังจากการใช้งานเสร็จสิ้น
สำหรับเครื่องซักผ้า: ควรซักผ้าตามปริมาณที่เครื่องกำหนด ซึ่งจะช่วยให้การใช้พลังงานคุ้มค่าที่สุด หลีกเลี่ยงการซักผ้าทีละน้อยๆ
สำหรับเครื่องปรับอากาศ: ควรดำเนินการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน และตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส ร่วมกับการเปิดพัดลมช่วย จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่าที่คิด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลค่าไฟฟ้าที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งค่าไฟที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและเทคโนโลยีของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ระบบ Inverter รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละครัวเรือน การรับรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างชาญฉลาด ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง