กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.บก.ทล., พ.ต.ท.จิรพันธุ์ รุจิระกุล, พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา รอง ผกก.6 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.จิระพันธุ์ มณีรัตน์ สวญ.ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล. พ.ต.ท.ปานเทพ พจน์ธีระมนตรี สว.ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล., ร.ต.ต.ชิษณุพงศ์ โชติพลประเสริฐ รอง สว.(ป.)ส.ทล.1 กก.6.บก.ทล. ,ด.ต.พุฒิพัฒน์ วีระธนาพัฒน์,ด.ต.หญิงนัคมน เกรัมย์,ด.ต.หญิงเสาวภา อุดรเสถียร,ด.ต.เดชมงคล นิคม, ด.ต.พลวัฒน์ กล่อมใจ,จ.ส.ต.จักรพงษ์ ก้อนศิลา,จ.ส.ต.พงษ์พัฒน์ โคตรแสนเมือง, ส.ต.อ.เจษฎาพร ชาสมบัติ, ส.ต.ท.ธิติวุฒิ อรัญศักดิ์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
1.ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถหรือเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง
2.ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม
3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ

4.ใช้รถโดยมิได้จดทะเบียน
พร้อมตรวจยึดของกลาง
รถยนต์ ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น มาสด้า2 สีเขียว จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจ จำนวน 1 ดอก หมายเลขทะเบียน 4 กอ 6xx3 กรุงเทพมหานคร
สถานที่จับกุม บริเวณ จุดว.43 ทล.2 กม.74 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมได้ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนทางหลวง บริเวณ ทล.2 กม.74 (ขาออก กทม.) ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กระทั่งพบรถยนต์มาสด้า 2 สีเขียว ขับมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองนครราชสีมา โดยบริเวณกระจกบานหน้าไม่มีการติดแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบผู้ขับขี่คือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจดูใบอนุญาตขับขี่ เจ้าตัวยอมรับว่าไม่มีใบขับขี่ ก่อนจะยื่นสำเนาจดทะเบียนรถและแผ่นป้ายภาษีให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูแทน
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำข้อมูลเลขทะเบียน 4กอ 6xx3 กทม. เช็กผ่านระบบฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าทะเบียนดังกล่าวกลับเป็นของ รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz (เบนซ์) ซึ่งไม่ตรงกับรถมาสด้าที่ขับอยู่ ทั้งตัวเลขในสำเนาคู่มือจดทะเบียนยังพบร่องรอยการตัดต่อดัดแปลงแก้ไข ชัดเจนว่าเป็นเอกสารราชการปลอม ที่มิได้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองสาหร่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมสอบขยายผลสืบหาต้นตอแก๊งหลอกขายรถเถื่อนสวมทะเบียนในโซเชียลมีเดียต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น น.ส.จุฑารัตน์ ให้การอ้างว่า รถคันนี้ตนไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ยืมมาจากพ่อของแฟน ซึ่งพ่อแฟนได้ติดต่อซื้อขายมาจากกลุ่มขายรถยนต์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาประมาณ 50,000 บาท โดยที่ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเป็นรถเถื่อนหรือมีการปลอมแปลงเอกสารสวมทะเบียนมา และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา