สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 63 ปี รายหนึ่ง ได้รู้จักกับคนร้ายผ่านเฟซบุ๊กโดยที่ไม่เคยเห็นหน้าตากันมาก่อน จากนั้นคนร้ายได้ตีสนิทแล้วชักชวนเทรดทองคำผ่านเว็บไซต์ fxcmag-otc โดยให้โอนเงินเข้าระบบเพื่อรับผลตอบแทน ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง แต่พอโอนเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ รวมโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 21 ครั้ง มูลค่าความเสียหายรวม จำนวน 4,537,416 บาท

หลังพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วีรินท์ ปานเหง้า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายดังกล่าว กระทั่งสนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.เอกชัย ตุมะแก้ว และ พ.ต.ต.ธนวัฒน์ สุวรรณกูล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 1 ราย คือ นายราชันย์ อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7353/2568 ลงวันที่ 15 ธ.ค.68 โดยจับกุมได้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
จากการสอบถาม เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพ โดยอ้างว่าปัจจุบันตนเองเป็นช่างมุงหลังคาอยู่ในพื้นที่เชียงใหม่ โดยเมื่อสมัยยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. ได้ถูกภรรยาเก่าชักชวนให้ขายบัญชีธนาคารพร้อมกัน ตนเองจึงเปิดบัญชีธนาคารและขายไปจำนวน 3 บัญชี แลกกับเงินสด จำนวน 6,000 บาท ต่อมามีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนไปที่บ้าน แต่กลับโดนภรรยาเก่าเอาไปซ่อน ทำให้ตนเองไม่ทราบเรื่องจึงไม่ได้ไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งถูกออกหมายจับและโดนบุกเข้าจับกุมในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”, “เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”, “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อการที่ที่ตนเกี่ยวข้องทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน เนื่องจากช่วงนี้การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารทำได้ยากและมีน้อย อาจทำให้มีผู้ว่าจ้างในการเปิดบัญชีธนาคารให้ราคาสูงขึ้น จึงอย่าเห็นแก่เงินรายได้สูงที่เข้ามาทันใจเพื่อแลกกับการเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้งระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลทางการเงินกับบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า ซึ่งเจ้าของบัญชีม้ามีความผิดทางกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์มีมาตรการที่เข้มข้นในการกวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่อง
