กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.3 บก.ปอศ. ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา น.ส.ชลิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น (การพนันออนไลน์) ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น (การพนันออนไลน์) ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”

ตามหมายค้นของ ศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

พฤติการณ์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มการพนันบนระบบอินเทอร์เน็ตอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เข้าตรวจสอบและจับกุมตัว น.ส.ชลิสาฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ภายในบ้านพัก หลังชุดสืบสวนใช้เทคนิคแกะรอยทะลวงระบบคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์เสมือนไร้ฮาร์ดแวร์ ตรวจพบเป็นฟันเฟืองหลักระดับ “ซูเปอร์แอดมิน” อนุมัติธุรกรรมฝาก-ถอนเงินทั้งระบบเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซี ควบคุมดูแลเว็บพนันรายใหญ่ถึง 11 แบรนด์ พบเงินหมุนเวียนสะพัดกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน

การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นตามนโยบายเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเว็บพนันออนไลน์ของ ศปอส.ตร. โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้นำเทคนิคการแกะรอยทางไซเบอร์เจาะเข้าระบบหลังบ้านของกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ ซึ่งขบวนการดังกล่าวใช้เทคโนโลยีอำพรางตัวตนระดับสูงผ่านระบบ Cloudflare และ Cloud VPN ทั้งยังไม่มีการตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่ใช้วิธีเช่าเครื่องแม่ข่ายเสมือนบนระบบคลาวด์ (Cloud VPS) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างฐานปฏิบัติการดิจิทัลที่ล่องหนและยากต่อการติดตาม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถใช้เทคนิคทะลวงระบบคลาวด์จนพบความเชื่อมโยงของแอดมินผู้ควบคุมระบบ นำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นจากศาลแขวงนครปฐม ที่ ค31/2569 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พบ น.ส.ชลิสาฯ อยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว
จากการสืบสวนพบว่า แม้ผู้ต้องหาจะเลือกเช่าบ้านพักสภาพเก่าเพื่ออำพรางตัวไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ควบคุมระบบหลังบ้านของเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่มากถึง 11 แบรนด์ ครอบคลุมหลายสิบ URLs ได้แก่ JUN88, MK8, VV72, TH26, F168 / 7F168, PG688, BT678, OKVIP, JL69, NM9 และ K188 ซึ่งเปิดให้บริการการพนันออนไลน์ครบวงจร ทั้งคาสิโนสด สล็อต บาคาร่า เกมไพ่ ทายผลกีฬา และหวยออนไลน์

จากการซักถามปากคำ น.ส.ชลิสาฯ ให้การรับสารภาพว่า เดิมตนทำงานบริการในสถานบันเทิง เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2568 ได้สมัครงานแอดมินผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก และถูกส่งตัวไปฝึกอบรมที่ อาคาร OKVIP ในเมืองปอยเปต ซึ่งเป็นอาคารสูง 7 ชั้น มีพนักงานทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์รวมกันกว่า 100 คน โดยตนต้องผ่านการฝึกงานอย่างเข้มข้นนานกว่า 4 เดือน และทดลองงานอีก 2 เดือน เรียนรู้ระบบงานครบทุกแผนก ทั้งฝ่ายไอที, ฝ่ายการตลาด, ฝ่ายระบบธุรกรรมฝาก-ถอน, ฝ่ายจัดการบัญชีและถอนเงินสด รวมถึงฝ่ายควบคุมความเสี่ยง (Audit) จนมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน สามารถควบคุมระบบหลังบ้านได้พร้อมกันนับสิบเว็บไซต์ โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนรวมค่าคอมมิชชันไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเครือข่ายจะจ่ายผลตอบแทนเป็นสกุลเงินดิจิทัล USDT โอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลส่วนตัวโดยตรง
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทางการกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการเว็บพนันออนไลน์อย่างหนัก ระดับหัวหน้างานหรือ “บิ๊กบอส” จึงมอบความไว้วางใจให้ น.ส.ชลิสาฯ เดินทางกลับมาควบคุมดูแลระบบและบริหารจัดการฐานลูกค้าของเครือข่ายเว็บพนันต่อในประเทศไทย โดยเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ในกะดึก ตั้งแต่เวลา 20.00 – 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น วันละ 12 ชั่วโมง ซึ่งในแต่ละกะจะมีทีมงานกระจายตัวปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 4 คน การทำงานจะต้องเชื่อมต่อผ่านระบบ VPN และประชุมรับคำสั่งผ่านโปรแกรม Discord ทุกครั้ง โดยตนได้รับมอบสิทธิ์เข้าใช้งานระบบจาก 'บิ๊กบอส' รวม 10 บัญชีผู้ใช้ (Users) และถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการควบคุมระบบหลังบ้าน มีอำนาจอนุมัติธุรกรรมทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ โดยทำหน้าที่ตรวจสอบรหัสคำสั่งโอน จับคู่ยอดเงินทั้งสกุลเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซี (USDT) เพื่อกดยืนยันเติมเครดิตเข้ากระเป๋าเงิน (Wallet) ของลูกค้าด้วยตนเอง ในกรณีที่ระบบอัตโนมัติขัดข้องหรือยอดเงินไม่เข้า ตลอดจนทำหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งและกดยืนยันการถอนเงินตามที่ฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยง (Audit) รายงานเข้ามา
นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ควบคุมระบบช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway) คอยสับเปลี่ยนการเปิด-ปิดบัญชีรับโอนของธนาคารพาณิชย์ให้สอดคล้องกับช่วงเวลา และคอยทดสอบสถานะระบบ Payment Gateway เถื่อนนอกระบบที่มีการใช้งานมากกว่า 25 ช่องทาง ได้แก่ 88OKPAY, PpPay, RCPay, HTPAY, THBPay, YINGTEPay, CnPay, HPYPay, ZEEPay, JOMPay, AEEPAY, OOPay, AAPAY, TNTPAY, SpeedPay, TOPPAY, YFBPay, JHPAY, ETPAY, Aipay2, 1DPAY, LSPay, Winpay, XPPay, TiPay และ TSUNPay เพื่อให้ระบบสามารถสร้าง QR Code สำหรับรับชำระเงินสด (Fiat) และเงินดิจิทัล (Crypto) ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรม พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท คิดเป็นยอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 100,000,000 บาทต่อเดือน โดยอาศัยการยิงโฆษณา (Ads) ในโซเชียลมีเดียเพื่อหาลูกค้า และสร้างกำไรสุทธิให้กลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นวันละหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ บก.ปอศ. จะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน ติดตามยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ร่วมขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา