Ghost Drivers เจอทางตัน! CIB ตามรถต้องสงสัย รวบ 4 ผู้ต้องหา พร้อมรถ 2 คัน
Ghost Drivers เจอทางตัน! CIB ตามรถต้องสงสัย รวบ 4 ผู้ต้องหา พร้อมรถ 2 คัน
ข่าวสังคม - โซเชียล

Ghost Drivers เจอทางตัน! CIB ตามรถต้องสงสัย รวบ 4 ผู้ต้องหา พร้อมรถ 2 คัน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ขยายผลยุทธการ Ghost Drivers ติดตามขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าว หลังพบเครือข่ายปรับเปลี่ยนเส้นทางจากทางหลวงสายหลักมาใช้ถนนสายรอง เพื่อหลีกเลี่ยงจุดตรวจและลดความเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับ ก่อนติดตามรถต้องสงสัย 2 คันเข้าไปยังสถานีบริการน้ำมันริมทางหลวงหมายเลข 3245 ในพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมรถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในพื้นที่ชลบุรีเป็นชุดติดตามและเข้าสกัดจับกุม

การขยายผลดังกล่าวสืบเนื่องจากยุทธการ Ghost Drivers เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งตำรวจทางหลวงได้เข้าปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนส่งบุคคลสัญชาติจีน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในความผิดเกี่ยวกับการนำพาคนต่างด้าว อั้งยี่ และฟอกเงิน รวม 26 ราย

ต่อมา ตำรวจทางหลวงชลบุรีได้ขยายผลตรวจสอบเครือข่ายเพิ่มเติม และสามารถสกัดจับรถที่เกี่ยวข้องกับขบวนการได้อีก 2 คัน บริเวณทางหลวงหมายเลข 344 ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พร้อมผู้ขับขี่ชาวไทย 2 ราย และชาวจีนที่ลักลอบเข้าเมืองอีก 7 ราย

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง จนพบว่าขบวนการมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ทางหลวงสายหลักและหันไปใช้เส้นทางสายรอง ซึ่งมีการจราจรเบาบางและมีจุดตรวจน้อยกว่า เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงบุคคลจากพื้นที่ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกจากนี้ เครือข่ายยังแบ่งรถออกเป็น 2 คัน โดยรถคันหนึ่งทำหน้าที่รับบุคคลต่างด้าว ส่วนอีกคันใช้เป็นรถนำทาง คอยสังเกตการณ์และแจ้งข้อมูลเส้นทาง รวมถึงประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชันสนทนาตลอดการเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนติดตามสกัดจับ

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน วิ่งมาตามเส้นทางที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง ก่อนเลี้ยวเข้าไปจอดภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งริมทางหลวงหมายเลข 3245 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจค้นรถยนต์คันแรกเป็นรถโตโยต้า โคโรลลา อัลติส สีเทา พบผู้ขับขี่ชาวไทย และผู้โดยสารชาวจีน 2 ราย ภายในรถ โดยชาวจีนทั้งสองรายไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แสดงสิทธิในการเดินทางเข้าประเทศไทยได้

ส่วนรถยนต์อีกคันเป็นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา จอดอยู่บริเวณเดียวกัน ภายในพบหญิงไทยนั่งอยู่บริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหน้า โดยให้ข้อมูลว่าเดินทางมากับชายไทยอีกคน ซึ่งทำหน้าที่ขับรถนำทางให้กับรถคันแรก อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรถคันแรกขับรถหลบหนีไป

จากการตรวจสอบประวัติ เจ้าหน้าที่พบว่าชายที่หลบหนีเป็นผู้ต้องหาในคดีลักลอบขนชาวจีน ซึ่งเคยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกลับมากระทำความผิดในลักษณะเดิมอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาชาวไทย 2 ราย ฐานร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม

ส่วนชาวจีนทั้ง 2 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ของกลางที่ตรวจยึดได้รวม 3 รายการ จำนวน 9 ชิ้น ประกอบด้วย รถยนต์โตโยต้า โคโรลลา อัลติส สีเทา 1 คัน รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง

จากการสอบสวนเบื้องต้น หนึ่งในผู้ต้องหาชาวไทยให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ไปรับชาวจีนทั้ง 2 รายจากบริเวณ ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อพาไปส่งยังกรุงเทพมหานคร โดยได้รับค่าจ้างรายละ 2,000 บาท และเคยรับงานในลักษณะเดียวกันมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง

ขณะที่รถอีกคันทำหน้าที่นำทาง แจ้งจุดนัดหมาย และประสานเส้นทางในการรับส่ง โดยได้รับค่าจ้าง 2,500 บาท ทั้งยังได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างให้ลบข้อความสนทนาทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

ด้านชาวจีนทั้ง 2 ราย ให้ข้อมูลว่าในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุได้ลักลอบเดินเท้าข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยมีผู้นำทางชาวกัมพูชาพาไปส่งต่อให้กับรถของขบวนการบริเวณจุดนัดหมาย

หนึ่งในชาวจีนระบุว่าเดินทางจากจีนผ่านเวียดนามและกัมพูชา ส่วนอีกคนเคยพำนักอยู่ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยทั้งสองมีเป้าหมายใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมาและมาเลเซีย และตกลงชำระค่าดำเนินการตลอดเส้นทางเป็นเงินหลายพันดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดินทางถึงปลายทาง

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี และขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง นายหน้า และนายทุนของเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการเดินทางของชาวจีนทั้งสองราย เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงตรวจสอบบทบาทของบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้าประเทศและส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ