ระทึกแต่เช้า วงจรปิดจับภาพชายวัยกลางคนควงมีดอีโต้ บุกไล่ฟันลูกชายวัย 20 ปี กลางร้านขายน้ำแข็งและเครื่องดื่มใน อ.ขลุง ข้าวของกระจาย เครื่องดื่มตกแตกเสียหาย เจ้าของร้านพยายามเข้าห้ามระยะประชิด โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ก่อเหตุตะโกนท้าทายให้แจ้งตำรวจแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ด้านลูกชายเผยพ่อมาขอเงินเป็นประจำ ครั้งนี้หนักสุดถึงขั้นใช้มีดไล่ฟัน พร้อมยืนยันแจ้งความดำเนินคดี

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน บันทึกเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) ขณะ นายอาทิตย์ ศรีทวีวัธน์ อายุ 43 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีชมพู มาจอดบริเวณหน้าร้าน “เจ๊นิดน้ำแข็งหลอด” ร้านจำหน่ายน้ำแข็งและเครื่องดื่ม ริมถนนเทศบาลสาย 3 ตำบลขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
ทันทีที่มาถึง ชายคนดังกล่าวจอดรถโดยไม่ได้ตั้งขาตั้ง ก่อนถือมีดอีโต้เดินปรี่เข้าไปภายในร้าน และวิ่งไล่ทำร้าย นายแทนคุณ ศรีทวีวัธน์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ก่อเหตุและทำงานอยู่ภายในร้าน

ภาพวงจรปิดเผยให้เห็นเหตุการณ์สุดระทึก ขณะที่ทั้งสองวิ่งไล่กันภายในร้าน ทำให้ข้าวของและเครื่องดื่มที่วางจำหน่ายตกแตกกระจายได้รับความเสียหาย ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ขณะเดียวกัน “เจ๊นิด” เจ้าของร้าน ซึ่งสวมเสื้อสีน้ำเงิน พยายามเข้าห้ามผู้ก่อเหตุในระยะประชิด แม้อีกฝ่ายจะถือมีดอีโต้อยู่ในมือ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟังและยังคงอาละวาดต่อ โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดถูกมีดฟันหรือได้รับบาดเจ็บ
ก่อนหลบหนี ผู้ก่อเหตุยังตะโกนในลักษณะท้าทายให้ทางร้านแจ้งตำรวจ สภ.ขลุง จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีชมพู ออกจากบริเวณร้านไป
ระหว่างเกิดเหตุ ทางร้านได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขลุง ขอให้ส่งสายตรวจเข้าระงับเหตุ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เจ้าของร้านและนายแทนคุณ ผู้เสียหาย เดินทางไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายจากทรัพย์สินภายในร้านที่ได้รับความเสียหาย
นายแทนคุณ ศรีทวีวัธน์ อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือพ่อของตนเอง โดยที่ผ่านมาพ่อมักมาขอเงินอยู่เป็นประจำ และเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการก็มักจะมีอาการอาละวาด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด เพราะถึงขั้นนำมีดอีโต้มาไล่ฟันตนเอง อีกทั้งยังนำโทรศัพท์มือถือของตนติดตัวไปด้วย
นายแทนคุณยังให้ข้อมูลว่า พ่อมีพฤติกรรมเสพกัญชาอย่างหนัก และบางครั้งมีอาการคล้ายหลอนหรือควบคุมสติไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุและภาวะของผู้ก่อเหตุยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง โดยนายแทนคุณยืนยันว่า หลังเกิดเหตุจะเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับพ่อของตนเองตามกฎหมาย