ไม่ธรรมดา! ส่องประวัติ ป้าดา ตัวแทนครอบครัวตาเฮียง ปมทวงสิทธิ์ที่ดินวัด
ไม่ธรรมดา! ส่องประวัติ ป้าดา ตัวแทนครอบครัวตาเฮียง ปมทวงสิทธิ์ที่ดินวัด
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่ธรรมดา! ส่องประวัติ ป้าดา ตัวแทนครอบครัวตาเฮียง ปมทวงสิทธิ์ที่ดินวัด

ฟังข่าวนี้

จากกรณี กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดิน 21 ไร่ใจกลางเมืองขอนแก่น ระหว่างทายาทของ "นายเฮียง พิมพ์ศรี" และ "วัดป่าอดุลยาราม" โดยเฉพาะภาพของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นำท่อปูนมาปิดกั้นทางเข้า-ออกวัด พร้อมขีดเส้นตาย 15 วันให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนการทวงคืนกรรมสิทธิ์ครั้งนี้ และทำให้หลายคนอยากรู้จักก็คือ "ป้าดา"

สำหรับประวัติของ "ป้าดา" นั้น มีศักดิ์เป็นหลานสาวของนายเฮียง และเป็นหลานทางฝั่งของแม่น้อย ผู้เป็นภรรยาของนายเฮียง แม้ในอดีตการต่อสู้เพื่อเรียกร้องกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้จะดำเนินการโดยรุ่นลูกอย่าง "นางบัวเรียน" หรือแม่ตุ๋ย ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง แต่ด้วยระยะเวลาการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้รุ่นลูกต้องขอยอมแพ้ไป เนื่องจากเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ขาดแคลนทั้งทุนทรัพย์และกำลังที่จะไปต่อสู้กับขบวนการที่หวังครอบครองที่ดิน

ความไม่ธรรมดาของป้าดาที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำหลักในศึกนี้ คือการที่ปัจจุบันเธอใช้ชีวิตและมีครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โดยสามีของป้าดาประกอบอาชีพเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ป้าดามีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจในเรื่องของข้อกฎหมาย เอกสารสิทธิ์ ตลอดจนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่าญาติผู้ใหญ่เริ่มสู้ไม่ไหว ป้าดาจึงอาสาเข้ามารับไม้ต่อเพื่อทวงคืนสมบัติของตระกูล ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องทั้ง 9 คนก็ต่างให้ความไว้วางใจและมอบอำนาจให้ป้าดาเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว

ด้วยความเชี่ยวชาญที่มี ป้าดาได้นำหลักฐานสำคัญออกมากางสู้ นั่นคือหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด ฉบับวันที่ 17 สิงหาคม 2533 ซึ่งตาเฮียงระบุเงื่อนไขด้วยลายมือไว้อย่างชัดเจนว่า หากสร้างวัดไม่เสร็จ ก็จะไม่ยกที่ดินให้ จุดเปลี่ยนสำคัญคือตาเฮียงได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2534 ในขณะที่วัดป่าอดุลยารามเพิ่งได้รับการประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 เมษายน 2541 ป้าดาจึงชี้แจงตามข้อกฎหมายว่า นิติกรรมดังกล่าวถือเป็นโมฆะ และกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส.ค.1 ยังคงเป็นชื่อของตาเฮียงจนถึงปัจจุบันตามการอัปเดตข้อมูลล่าสุด ทรัพย์สินจึงต้องตกทอดสู่ทายาทโดยชอบธรรม

ส่วนกรณีการนำท่อปูนมาปิดทางเข้า-ออกวัด ป้าดายืนยันว่าไม่ได้มีเจตนารังแกพระหรือทำลายศาสนา แต่เป็นการปกป้องสิทธิ์ที่ต่อสู้มานานกว่า 2 ทศวรรษ พร้อมออกมาเปิดโปงว่าเรื่องนี้มีขบวนการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อหวังฮุบที่ดิน โดยมีผู้ทรงอิทธิพลและคนมีสี หรือที่เธอเรียกว่า "ไอ้โม่ง" คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเธอเตรียมจะนำคลิปวิดีโอหลักฐานเด็ดออกมาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ป้าดายังได้ปฏิเสธข้อครหาที่หลายคนมองว่า ครอบครัวเพิ่งจะมาเรียกร้องเพราะที่ดิน 21 ไร่ใจกลางเมืองขอนแก่นมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นและรายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า โดยระบุว่าครอบครัวต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ความเจริญยังไม่เข้ามาถึงขนาดนี้ การฟ้องร้องจึงเป็นเรื่องของการรักษากรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่เพราะความโลภ ซึ่งในขณะนี้ป้าดากำลังอยู่ระหว่างรอการออกโฉนดใหม่ให้ครบ 30 วัน ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หากได้รับโฉนดอย่างถูกต้อง และทางวัดยังไม่ทำการรื้อถอนตามประกาศ 15 วัน ทายาทหญิงแกร่งผู้นี้ก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะเดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ของครอบครัวทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ