จากกรณี "ป้าดา" หลานสาวและตัวแทนทายาทของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องกรรมสิทธิ์ทวงคืนที่ดินเนื้อที่ 21 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "วัดป่าอดุลยาราม" ใจกลางอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยก่อนหน้านี้ปรากฏภาพกลุ่มชายฉกรรจ์นำท่อปูนมาวางปิดล้อมเส้นทางเข้า-ออกวัด พร้อมกับติดป้ายประกาศขีดเส้นตาย 15 วันให้ทางวัดดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่
ทั้งนี้ ป้าดาได้นำเอกสารหลักฐานสำคัญมาแสดง คือหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัดเมื่อปี พ.ศ. 2533 ซึ่งอ้างว่านายเฮียงได้เขียนเงื่อนไขกำกับด้วยลายมือตนเองว่า "หากสร้างวัดไม่เสร็จ ก็จะไม่ยกที่ดินให้" แต่ต่อมานายเฮียงได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2534 ก่อนที่วัดจะถูกสร้างเสร็จและประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการ ฝ่ายทายาทจึงยึดหลักกฎหมายว่านิติกรรมการยกที่ดินให้ถือเป็นโมฆะ และเอกสารสิทธิ์ครอบครอง (ส.ค.1) ยังคงเป็นชื่อของนายเฮียงจนถึงปัจจุบัน ทำให้กรรมสิทธิ์ควรตกทอดสู่ทายาทโดยชอบธรรมนั้น
ล่าสุด 13 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนที่ 45 ง หน้า 24 ประจำวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ได้ทำการเผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของการตั้งวัดในพระพุทธศาสนา โดยมีเนื้อหาระบุข้อเท็จจริงว่า
สืบเนื่องจากการที่ นายซอง อินทรีย์ ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการจัดสร้างวัดขึ้น ณ พื้นที่หมู่บ้านที่ 16 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในขณะนี้ทางผู้ได้รับอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างเสนาสนะจนมีความพร้อมและมีความเหมาะสม สำหรับใช้เป็นสถานที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ประกอบกับการได้รับความเห็นชอบจากทางมหาเถรสมาคม กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ออกประกาศยกฐานะสถานที่ก่อสร้างดังกล่าวขึ้นเป็นวัดทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ โดยให้นามว่า “วัดป่าอดุลยาราม” นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งมีการระบุข้อความทิ้งท้ายเพื่อขอให้วัดป่าอดุลยารามสถิตสถาพรตลอดกาลนาน
