จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อ น.ส.ศรีวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ลูกสะใภ้ ก่อเหตุ ฆาตกรรมตัดศีรษะ น.ส.จันทรา (สงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี เสียชีวิตในบ้าน พื้นที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับผู้ก่อเหตุไว้ได้ เบื้องต้นอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุด วันที่ 1 ส.ค. 2569 น้องสาวสามีของคนเสียชีวิต เผยว่า มีเด็กมาบอกว่า น.ส.จันทรา มีเลือดออกมา ตนเลยมาดูถึงเห็น ผู้ก่อเหตุนั่งทำร้ายผู้เสียชีวิตอยู่ จากนั้นเขามองตาขวางมาที่ตน ปกติคนเสียชีวิตอยู่กับคนลูกสะใภ้ ส่วนลูกชาย อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเขาดูแลคนเสียชีวิตดีมาก เสื้อผ้าเก็บซักให้อาบน้ำล้างหน้า และซื้อของมาให้กินในทุกเช้า

แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมาก่อเหตุแบบนี้ เขาเริ่มมาอยู่กับคนเสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เมื่อก่อนเขาอยู่กระทู้แล้วลูกชายคนของคนเสียชีวิตก็ให้ลูกสะใภ้มาอยู่ด้วยเพื่อดูแลแม่ ซึ่งดูแลดีมาก โดยขาคนเสียชีวิตไม่ค่อยมีแรง ลูกสะใภ้ก็ช่วยนวดตลอด มีคนเคยได้ยินว่า เขาพูดว่าแม่ก็ไม่ใช่ แต่ไม่ได้สนใจ เพราะไม่เคยเห็นทะเลาะกัน ตอนเขาไปบอกไม่อยากเชื่อเลย เพราะเห็นเขาใจดี ดูแลคนเสียชีวิตดี
ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เผยว่า เวลา 09.00 น. มีเหตุฆาตกรรมทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งเป็นแม่ของสามี พยานที่เกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง แต่จากการสอบถามลูกชายทราบว่าผู้ต้องหา รักษาจิตเวชมาตั้งแต่ปี 2559 และไปรักษาตามปกติ แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ที่บ้านหลังนั้นมีอยู่กัน 3 คนมีแม่สามี สามีและ คนก่อเหตุ

ปกติเขาอยู่กันมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่เบื้องต้นมีการดูแลแม่สามีอย่างดี ทำอาหารให้ทาน เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ซึ่งร่างกายคนเสียชีวิตไม่ค่อยปกติ สามีก็ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และ เช้าวันนี้ก็จะไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน แต่ไม่ทันได้ถึงสนามบินก็ได้รับข่าว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น