สลด พบสาวหน้าตาดีเสียชีวิต ถูกรัดคอร่างเปลือย เพื่อนเล่านาทีเจอร่าง
สลด พบสาวหน้าตาดีเสียชีวิต ถูกรัดคอร่างเปลือย เพื่อนเล่านาทีเจอร่าง
ข่าวอาชญากรรม

สลด พบสาวหน้าตาดีเสียชีวิต ถูกรัดคอร่างเปลือย เพื่อนเล่านาทีเจอร่าง

ฟังข่าวนี้

ร.ต.อ.สรวิศิษฎ์ มีเพียร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในหอพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุบริเวณห้องพักหมายเลข 1 พบศพ น.ส.ภัทรวรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง ในสภาพเปลือย โดยมีสายไฟสีดำรัดอยู่บริเวณลำคอ ภายในห้องพบข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจาย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย

แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง โดยสาเหตุเกิดจากการขาดอากาศหายใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบประกอบการสืบสวน

จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายเพิ่งมาเช่าหอพักและอาศัยอยู่เพียงลำพังประมาณ 3-4 เดือน โดยครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกันคือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งยังพูดคุยกันตามปกติ กระทั่งวันจันทร์ได้โทรศัพท์ไปหา แต่ผู้ตายไม่รับสาย ทั้งที่ปกติจะติดต่อพูดคุยกันเป็นประจำ

เพื่อนยังเล่าว่า ผู้ตายทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งมานานประมาณ 3 ปี และปัจจุบันไม่มีแฟน โดยเป็นคนค่อนข้างระมัดระวังตัวและไม่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ผู้ตายมีพฤติกรรมที่เพื่อนเป็นห่วง คือมักไม่ล็อกประตูห้องพัก หากมีคนมาเคาะประตู ก็มักคิดว่าอาจเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก รวมถึงเวลาออกไปทำงานก็ไม่ได้ล็อกห้อง โดยเพื่อนเคยเตือนเรื่องดังกล่าวอยู่เป็นประจำ

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจไม่สบายและลางาน ก่อนพักอยู่ภายในห้อง และระหว่างกำลังเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เมื่อออกมาอาจพบกับคนร้ายที่เข้ามาภายในห้อง จึงเกิดการต่อสู้กัน ก่อนถูกคนร้ายใช้สายไฟรัดคอจนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบหอพัก รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ