จากกรณี ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7 โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุว่า มีสุนัขถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และมีภาพผู้ก่อเหตุกำลังขุดหลุมฝังซากสุนัข โดยผู้โพสต์ระบุข้อความในลักษณะสะเทือนใจ พร้อมแจ้งว่าเหตุเกิดในพื้นที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ และเจ้าของสุนัขได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว
ล่าสุด วันที่ 15 กันยายน 2569 ตำรวจ สภ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ควบคุมตัวชายวัย 57 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าใช้จอบทำร้าย เจ้าเฮง สุนัขพิการ 3 ขา จนเสียชีวิต ก่อนนำซากไปขุดหลุมฝังบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่เจ้าของสุนัขเผย เจ้าเฮงเคยผ่านเหตุร้ายมาหลายครั้ง ทั้งถูกรัดคอและถูกรถชนจนต้องตัดขา แต่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้

ต่อมา พ.ต.อ.ไกรยสิทธิ์ ออมไธสง ผกก.สภ.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัว นายปรีชา หรือกบ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 7 บ้านส้มป่อย ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้ที่บ้านพัก พร้อมตรวจยึดจอบไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ชำนิ
จากการสอบสวน นายปรีชาอ้างว่า เจ้าเฮง สุนัขเพศผู้ เป็นสุนัขของตนเอง พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้ใช้จอบสับบริเวณศีรษะของสุนัขจำนวน 2 ครั้ง จนเสียชีวิต จากนั้นลากซากไปขุดหลุมฝังไว้บริเวณหน้าบ้าน
ด้านนายกวินสานติ์ อายุ 27 ปี เจ้าของเจ้าเฮง ซึ่งในวันดังกล่าวสวมเสื้อแดง เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่อื่น จึงฝากให้คนช่วยดูแลเจ้าเฮงแทน พร้อมโอนเงินมาให้ซื้ออาหาร และกำลังเตรียมจะไปรับเจ้าเฮงมาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

นายกวินสานติ์ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะเลี้ยงเจ้าเฮงมาประมาณ 3 ปี ก่อนหน้านี้เจ้าเฮงเคยถูกรถชนจนพิการ ต้องเสียค่ารักษามากกว่า 13,000 บาท แม้ครั้งนั้นจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ครั้งนี้เจ้าเฮงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ เพราะถูกคนทำร้ายจนเสียชีวิต
สำหรับที่มาของเจ้าเฮง นายกวินสานติ์ระบุว่า ได้สุนัขมาจากลูกค้า โดยก่อนหน้านั้นเจ้าเฮงเคยถูกรัดคอและมีคนเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนที่ตนจะขอมาเลี้ยงต่อ หลังจากนั้นเจ้าเฮงยังเคยถูกรถชนจนต้องตัดขา ทำให้เหลือเพียง 3 ขา
ขณะที่ น.ส.สุธาสินี อายุ 37 ปี ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลเจ้าเฮงในช่วงที่เจ้าของกำลังย้ายบ้าน เล่าว่า ตนจะนำอาหารมาให้เจ้าเฮงทุกวัน โดยเจ้าของเป็นผู้โอนเงินมาให้ซื้ออาหาร กระทั่งก่อนเกิดเหตุ 1 วัน พบว่ากล้องวงจรปิดถูกถอดปลั๊กไฟออก ตนจึงนำกลับไปเสียบไว้ตามเดิม

น.ส.สุธาสินีตั้งข้อสังเกตว่า นายปรีชาอาจมีการวางแผนเอาไว้ก่อน และไม่คิดว่าจะมีภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดปรากฏออกมาอีกครั้ง
ภายหลัง นายปรีชาออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ โดยอ้างว่าตนไม่ผิด เพราะเจ้าเฮงเป็นสุนัขของตัวเอง ไม่ใช่ของบุคคลอื่น อีกทั้งเจ้าเฮงป่วยและมีหลายโรค รวมถึงมีเห็บที่สร้างปัญหาให้คนในครอบครัว พร้อมระบุว่าเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า จะต้องฆ่าทิ้ง เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว
อย่างไรก็ตาม หลังสอบสวนนายปรีชาเป็นเวลา 2 วัน พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ชำนิ ได้แจ้งข้อหารวม 3 ข้อหา ได้แก่ บุกรุกเคหสถาน, ทารุณกรรมสัตว์โดยเจตนา และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป