ตำรวจทางหลวง สกัดจับสิ้นค้าปลอมล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดไปมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

ตำรวจทางหลวง สกัดจับสิ้นค้าปลอมล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดไปมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

วันที่ 28 มี.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย (กก.6 บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. ได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าไม่สามารถระบุที่มา จากนายสุพจน์ ฯ อายุ 51 ปี พร้อมด้วยของกลางรายการสินค้าที่ตรวจยึด จากรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-xx07 พระนครศรีอยุธยา สิ้นค้าจำนวน 69 ชนิด ดังนี้

1. กระเป๋าแฟชั่น จำนวน 100 ใบ

2. เสื้อยื้ด จำนวน 6500 ตัว

3. หมวกแก็ป 7300 ใบ

และสินค้า อื่นๆ จำนวนรวม 30,875 ชิ้น

สถานที่ตรวจยึด บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 455-456 ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนสินค้า โดยไม่ระบุที่มา โดยใช้รถยนต์บรรทุก 10 ล้อ เป็นยานพาหนะในการขนสินค้าดังกล่าว โดยรถยนต์คันดังกล่าวจะวิ่งผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 212 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้เฝ้าติดตามอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

เมื่อรถยนต์บรรทุกต้องสงสัย ตรงตามที่สายลับแจ้งมา ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 455-456 (ที่เกิดเหตุ) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกให้จอดเพื่อทำการตรวจสอบ  พบนายสุพจน์ ฯ เป็นคนขับรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-xx07 พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามเบื้องต้น ว่าบรรทุกสินค้าอะไรมา นายสุพจน์ฯ คนขับ ตอบว่าไม่ทราบว่าเป็นสินค้าชนิดใด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขอตรวจค้นสินค้าที่บรรทุกมาในรถฯดังกล่าว ซึ่งก่อนการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ผลการตรวจค้นพบสินค้าที่ไม่ได้ระบุที่มาชัดเจน  จำนวนหลายรายการ ซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ 1.5 ล้านบาท หากสามารถหลุดไปยัง ตลาดปลายทาง จะมี มูลค่าสูงถึง 20 กว่าล้านบาท

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำตัวนายสุพจน์ฯ พร้อมด้วยรถยนต์และสินค้าดังกล่าว ไปตรวจสอบพร้อมนับรายการสินค้าโดยละเอียด ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย ผลการตรวจสอบสินค้าพบสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าไม่ระบุมี่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งให้นายสุพจน์ ฯคนขับทราบว่า สินค้าดังกล่าวต้องมีเอกสารแสดงที่มาอย่างชัดเจน จึงได้บันทึกตรวจยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป และได้นำสินค้าดังกล่าวส่ง สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบฝ่าฝืนกฎหมายจริง นำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายสุพจน์ฯคนขับ รับว่าไปรับสินค้ามาจากลานจอดรถโล่ง แถวสะพานมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันเขต ในตัวเมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำสินค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบปลายทางชัดเจน เมื่อถึงเขตกรุงเทพฯ นายจ้างจะแจ้งจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยนายสุพจน์ฯได้รับค่าจ้าง เที่ยวล่ะ 7,000 บาท

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่คุณอาจสนใจ