เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามรถที่วิ่งไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย (วิ่งแช่ขวา) ในพื้นที่รับผิดชอบ
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราบริเวณริมถนน ทล.41 (เอเชีย) กม.20+200 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร ได้ตรวจพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ ยี่ห้อ MERCEDES BENZ ทะเบียน 15-5XXX กรุงเทพมหานคร ขับขี่แช่ช่องทางเดินรถด้านขวาเป็นระยะทางยาว จึงได้ขับรถติดตามพร้อมส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อเปรียบเทียบปรับในข้อหาขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

เมื่อรถโดยสารคันดังกล่าวจอดสนิท ผู้ขับขี่ได้รีบเปิดประตูและวิ่งลงจากรถตรงมายังเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมทั้งแสดงข้อมูลการเดินทางและเอกสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว มีลักษณะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ และมีท่าทางตื่นตระหนก พูดจาวกไปวนมาอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงเกิดความสงสัยว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงได้ร่วมกันขึ้นไปตรวจสอบบุคคลและสิ่งของภายในรถทัวร์โดยสารคันดังกล่าว

จากการตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบว่ามีบุคคลนั่งปะปนมากับผู้โดยสารสัญชาติไทย เมื่อขอทำการตรวจเช็กตั๋วโดยสารและเอกสารประจำตัว ปรากฏว่าพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 10 คน (เพศชาย 7 คน เพศหญิง 3 คน) นั่งอยู่ตามเบาะที่นั่งและซ่อนตัวอยู่บริเวณที่เก็บสัมภาระหลังที่นั่งแถวสุดท้าย โดยทั้งหมดไม่มีตั๋วเดินทาง และไม่มีเอกสารแสดงตนหรือหลักฐานแสดงการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่ พนักงานประจำรถ และบุคคลต่างด้าวทั้งหมด มายังสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 (ชุมพร) เพื่อทำการบันทึกจับกุมและสอบสวนโดยละเอียด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ขับขี่รถทัวร์โดยสาร 2 ราย และพนักงานประจำรถ 1 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าพวกตนร่วมกันรู้เห็นเป็นใจ ลักลอบรับบุคคลต่างด้าวกลุ่มนี้เสริมเข้ามาในเส้นทางเพื่อหารายได้พิเศษ โดยได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าชาวไทย (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ให้ขับรถแวะรับกลุ่มต่างด้าวดังกล่าวนอกสถานีจำนวน 2 จุด ในจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม มุ่งหน้าไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แลกกับค่าจ้างรวมจำนวน 12,000 บาท ซึ่งจะมีการโอนเงินให้หลังจากส่งตัวเสร็จสิ้น ส่วนบุคคลต่างด้าวทั้ง 10 ราย ให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเดินทางไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายหน้าชาวไทยเป็นผู้ประสานงานและจัดหารถโดยสารให้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาชาวไทยถูกตั้งข้อหา ให้การช่วยเหลือซ่อนเร้น บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ส่วนบุคคลต่างด้าวถูกตั้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต