รวบ ตำรวจเก๊ คาถนนพระราม 2 ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง ตรวจรถพบอุปกรณ์สอดแนม-ชุดสืบสวนครบชุด ประวัติแสบ
ข่าวอาชญากรรม

รวบ ตำรวจเก๊ คาถนนพระราม 2 ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง ตรวจรถพบอุปกรณ์สอดแนม-ชุดสืบสวนครบชุด ประวัติแสบ

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถตู้ต้องสงสัยบนถนนพระราม 2 หลังรับแจ้งชักปืนขู่ประชาชน ตรวจสอบพบเป็นตำรวจปลอม สวมบัตร ร.ต.ต. สังกัดสืบสวน ภาค 2 ค้นรถเจอทั้งปืน ยาไอซ์ เสื้อเกราะ และโดรนสอดแนม พบประวัติเคยก่อเหตุอ้างชื่อกองปราบรีดเงินนักธุรกิจจีน นาทีสกัดจับ ร้อยตำรวจตรีตัวปลอม

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (มหาชัย) ได้รับการประสานจากศูนย์วิทยุ 191 ให้สกัดจับรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กทม. หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทางบริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตรที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ได้วางกำลังดักรอจนพบรถเป้าหมาย จึงเรียกตรวจค้นที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย คนขับรถทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ได้แสดงบัตรข้าราชการตำรวจ ระบุเป็น ร้อยตำรวจตรี (สงวนชื่อนามสกุล) ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 ภาค 2 เพื่อขอละเว้นการตรวจค้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบกลับพบว่าเป็น "บัตรปลอม" จึงทำการควบคุมตัวทันทีพร้อมผู้โดยสารอีกคนคือ นายอู (นามสมมติ) อายุ 43 ปี

จากการตรวจค้นภายในรถตู้ เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แบบครบวงจร ได้แก่

- อาวุธปืน ปืน Sig Sauer P365 (9 มม.) พร้อมกระสุน 25 นัด และปืนแบลงค์กันอีก 1 กระบอก

- ชุดเครื่องแบบเสื้อเกราะกันกระสุนสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว, เสื้อคลุมตำรวจไซเบอร์ (สอท.), เสื้อกั๊กหน่วยสืบสวน และป้ายแขวนคอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อุปกรณ์สอดแนม: โดรน DJI Mini 4 Pro และวิทยุสื่อสารมากถึง 8 เครื่อง

- ยาเสพติด ยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ทะเบียนรถปลอม: พบป้ายทะเบียนสำรองอีกหลายชุดที่เตรียมไว้สลับเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม

เปิดประวัติอาชญากร "มืออาชีพ"

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง: นายประกายเพ็ชร: มีคดีติดตัวทั้งกรรโชกทรัพย์และปลอมเอกสารราชการ โดยเคยอ้างเป็น "ตำรวจกองปราบ" เข้าข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนที่สัตหีบ เรียกเงิน 20,000 บาท แลกกับการไม่ถูกตรวจสอบ ก่อนจะถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ทราบต่อมานายอุทัยมีประวัติคดียาเสพติดหลายคดี และคดีพกพาอาวุธมีด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งเรื่องการปลอมเอกสารราชการ, ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติด (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องวิทยุคมนาคม (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน