วันที่ 20 ก.พ.2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงบัณฑิตย์ สว.กก.2 บก.สส.สตม. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ณัฐบดินทร์ ปงใจ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม., ร.ต.ท.วิมาน เอี่ยมสะอาด รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม. สืบสวนหาข่าว จนสามารถควบคุมตัว นายติง (Mr.DING) (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี สัญชาติจีน
สืบเนื่องจาก กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แจ้งข้อมูลบุคคลมีหมายจับของไต้หวันและอาจหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย
พฤติการณ์แห่งคดีคือ มีกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จะมีการโฆษณาชักชวนให้ทำการเข้าซื้อเหรียญสกุลเงินดิจิทัล เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อ Mr.DING กับพวกอีก 2 คน จะทำหน้าที่ในการประสานกับกลุ่มร้านค้าที่รับซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมาย ให้ทำการขายเหรียญให้เหยื่อ ซึ่งเมื่อเหยื่อได้โอนเงินซื้อเหรียญแล้ว จะได้รับเหรียญจริง ๆ (เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เหยื่อหลงเชื่อ)
จากนั้นจะมีการหลอกเหยื่อ ให้ทำการซื้อเงินดิจิทัลอีก โดยจะเป็นการลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม ที่เป็นกลุ่มของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นเหยื่อก็จะโอนเหรียญจากกระเป๋าที่อยู่ในกลุ่มร้านค้าเดิม ไปเข้ากระเป๋าของกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และได้รับความเสียหายในคดีฉ้อโกง เป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ปัจจุบันมีผู้เสียหายเบื้องต้น 20 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 40,860,000 ดอลลาร์ไต้หวัน
ซึ่ง Mr.DING เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อ 16 ก.พ.2025 ด้วยฟรีวีซ่า มีพฤติการณ์ชักชวนเหยื่อให้ไปซื้อสกุลเงินดิจิทัลที่ร้านจำหน่ายสกุลเงินดิจิทัลจริง แล้วได้กำไรจากธุรกรรมเหล่านั้น รวมถึงหักส่วนแบ่งจากผลกำไรที่ได้มาโดยมิชอบ โดยได้สิทธิ์การเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าสำหรับท่องเที่ยว จากนั้นเปลี่ยนประเภทวีซ่า เป็นนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่หลบมาพำนักอาศัยในพื้นที่บางละมุง ชลบุรี จนกระทั่งถูกจับกุมได้ในที่สุด
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน