วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่าจากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เรื่องชาวบ้าน” โพสต์ข้อความพาดพิงพระนักเทศน์ชื่อดังในพื้นที่จังหวัดราชบุรี พร้อมติดแฮชแท็กในเชิงกล่าวหา หลังเผยแพร่ออกไปมีผู้ใช้โซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อจำนวนมาก โดยหลายรายระบุว่าทราบชื่อวัดและเคยได้ยินเรื่องลักษณะนี้มาก่อนแล้ว
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่าพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาเป็นรองเจ้าอาวาสของวัด และได้ออกจากวัดไปหลายวันแล้ว จากการสอบถามผู้นำชุมชนให้ข้อมูลว่า เด็กที่เกี่ยวข้องเคยมาบวชเป็นสามเณรที่วัด ปัจจุบันผู้ปกครองได้พาไปลาสิกขา และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าวที่สถานีตำรวจในพื้นที่
ผู้ปกครองและเด็กชายอายุ 13 ปี (นามสมมุติ) ซึ่งเพิ่งลาสิกขา เล่าว่า เดิมนำลูกมาบวชเณรเพื่อปรับพฤติกรรม เนื่องจากเป็นเด็กซุกซน อีกทั้งช่วงนั้นมีโครงการบวชภาคฤดูร้อน และสามารถไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้วัดได้ ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีแรกไม่พบความผิดปกติ กระทั่งเด็กขอลาสิกขากะทันหันโดยไม่บอกสาเหตุ
ต่อมาเมื่อไปแจ้งโรงเรียน จึงพบว่ามีผู้ปกครองสามเณรรายอื่นก็มาดำเนินการลาสิกขาให้บุตรหลานเช่นกัน ก่อนจะมีการพูดคุยจนทราบว่าเด็กหลายคนอ้างว่าถูกพระรูปเดิมกระทำไม่เหมาะสม ผู้ปกครองจึงพาเด็กเข้าแจ้งความ และเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งพบว่ามีเด็กหลายรายเข้าตรวจในลักษณะใกล้เคียงกัน
เด็กชาย (นามสมมุติ) ให้ข้อมูลว่า ระหว่างบวชเณรถูกเรียกไปพบเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง และถูกแตะต้องร่างกายในลักษณะไม่เหมาะสม พร้อมถูกข่มขู่ไม่ให้บอกใคร รวมถึงถูกยึดโทรศัพท์ ทำให้เกิดความหวาดกลัวและไม่อยากอยู่ที่วัด เมื่อได้ลาสิกขาแล้วจึงรู้สึกโล่งใจขึ้น
ผู้ปกครองของเด็กอีกรายเปิดเผยในทำนองเดียวกันว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกถูกกระทำ จนกระทั่งลูกขอลาสิกขาและมีการพูดคุยกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ จึงทราบข้อเท็จจริง และตัดสินใจแจ้งความ เพราะกังวลต่อผลกระทบทางจิตใจของเด็ก
ด้านกำนันตำบลปากช่องระบุว่า วัดเพิ่งทราบเรื่องจากผู้ปกครอง มองว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับวัดโดยรวม ขณะนี้พระที่ถูกกล่าวหาได้ออกจากวัดไปแล้ว ยังไม่ทราบสถานะการสึก ส่วนการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมย้ำว่าควรแยกแยะการกระทำของบุคคลออกจากภาพรวมของวัด เนื่องจากเจ้าอาวาสเพิ่งทราบเรื่อง และมีภารกิจดูแลหลายวัดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้อาจกำกับดูแลไม่ทั่วถึง.