เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ฐิติกร จุลวานิช รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดแทงพี่ชายและชาวบ้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย เหตุเกิดบริเวณหอพักแห่งหนึ่งภายในพื้นที่ ต.บางกระสั้น อ.บางปะอิน หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์
ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย รายแรกคือ นางผุสดี อายุ 72 ปี อยู่ในสภาพนั่งฟุบพิงกำแพงใกล้ห้องพัก มีบาดแผลถูกแทงที่บริเวณคอและลำตัว เลือดไหลนองเต็มตัว ส่วนอีกรายคือ นางสาวเรณู อายุ 66 ปี นอนหมดสติอยู่หน้าห้องพัก ห่างจากห้องผู้ก่อเหตุประมาณ 200 เมตร ทั้งสองรายถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณคอและลำตัว อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์เร่งให้การปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน
นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นชายอีก 1 ราย คือ นายเทิดศักดิ์ อายุ 20 ปี พี่ชายของผู้ก่อเหตุ ถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในห้องพัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังอยู่ภายในห้องและเกรงว่าจะเกิดอันตราย ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจาพูดคุย ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายสิริมงคล อายุ 19 ปี ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางปะอิน จากการตรวจสอบภายในห้องพัก พบคราบเลือดจำนวนมาก และบริเวณด้านนอกมีคราบเลือดนองเต็มพื้นถนนและหน้าห้องพัก
จากการสอบถาม นายวีระ อายุ 56 ปี บิดาของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า นายสิริมงคล เป็นบุตรชายคนเล็ก ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ที่ห้อง โดยผู้ก่อเหตุอยู่กับพี่ชายเพียงสองคน คาดว่าอาจมีปากเสียงกันเรื่องการหุงข้าว ซึ่งทั้งคู่มักทะเลาะกันเป็นประจำ เมื่อกลับมาทราบว่าบุตรชายก่อเหตุแทงพี่ชายและทำร้ายเพื่อนบ้านจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ บุตรชายมีพฤติกรรมเสพกัญชาและยาเสพติดมานาน มักมีอาการทางจิตหรือพูดจาเพี้ยน คาดว่าขณะก่อเหตุเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตนรู้สึกเสียใจและเคยลงโทษสั่งสอนไปหลายครั้ง หลังจากนี้ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

ด้านนายสงกรานต์ อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านในหอพักเดียวกัน เล่าว่า ขณะอยู่ในห้องได้ยินเสียงโวยวายและร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกมาดู พบผู้ก่อเหตุกำลังใช้มีดแทง นางสาวเรณู ตนพยายามเข้าไปห้าม ผู้ก่อเหตุจึงหยุดและวิ่งกลับไปที่ห้องพัก ตนวิ่งตามไป พบว่าบิดาของผู้ก่อเหตุมาถึงพอดี และกำลังทำร้ายสั่งสอนลูกชาย ตนจึงห้ามปรามเนื่องจากเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีอาการเพี้ยนอย่างชัดเจน จากนั้น ตนออกมาช่วยเหลือ นางผุสดี ซึ่งนั่งฟุบพิงกำแพงอยู่ในกองเลือด ก่อนนำตัวออกมาส่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และกลับไปดู นางสาวเรณู อีกครั้ง ทั้งสองรายมีอาการสาหัส เลือดไหลเต็มตัว

ขณะที่นายอินทร์ อายุ 46 ปี หลานของนางผุสดี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน มีชาวบ้านมาตามแจ้งว่าป้าถูกแทง จึงรีบมาดู และพบว่าป้าอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ทราบภายหลังว่าก่อนก่อเหตุแทงป้าของตน ผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดแทงพี่ชายภายในห้องพัก ก่อนวิ่งออกมาและพบกับนางผุสดี ซึ่งกำลังกวาดถนนอยู่หน้าหอพัก เมื่อป้าเข้าไปห้ามกลับถูกแทง จากนั้น ผู้ก่อเหตุยังไปทำร้าย นางสาวเรณู เพิ่มอีกหนึ่งราย โดยตนทราบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ชอบเดินเพ่นพ่านกลางคืน ชาวบ้านต่างหวาดกลัว แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบางปะอินว่า นางผุสดี อายุ 72 ปี และ นางสาวเรณู อายุ 66 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผู้กำกับสภ.บางปะอิน ให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุก็นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบว่าอยู่ภายในห้องพักหลังจากก่อเหตุไม่ได้ลงหนีไปไหนพร้อมอาวุธมีด หลังจากควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก ก็ยังให้การวนมา แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดี ข้อหา x่าคนxายโดยเจตนา และพยายามx่า ส่วนมูลเหตุการก่อเหตุเบื้องต้น คาดว่าทะเลาะกับพี่ชาย จนมีการใช้อาวุธมีดแทงพี่ชายจนได้รับบาดเจ็บแล้วเดินออกมา เจอชาวบ้านก็ก่อเหตุแทงอีก 2 คน ก็หลบหนีเข้าไปในบ้านพัก และจากการทราบภายหลังว่าผู้ก่อเหตุมี อาการป่วยทางประสาทแต่อย่างไรก็ตาม ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน