เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการ รพ.มหาราชนครราชสีมา เจ้าของเพจ หมอเจด โพสต์ข้อความระบุว่า หลายคนเคยมีประสบการณ์ เลือดกำเดาไหล แล้วก็ปล่อยผ่าน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวก็หยุดเอง โดยเฉพาะเวลานอนดึก อากาศแห้ง หรือแคะจมูกแรง ๆ แต่รู้ไหมครับว่า ถ้าเลือดกำเดา ออกข้างเดียว ซ้ำๆ มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาแบบที่คิด เพราะบางครั้งมันคือสัญญาณเตือนจากโพรงจมูกหรือไซนัสที่กำลังมีความผิดปกติอยู่ก็ได้ กำเดาออกสองข้างมักไม่ร้าย แต่กำเดาออก ข้างเดียว ต้องหาสาเหตุครับ โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วมบางอย่าง ลองเช็กตามนี้
1. เลือดกำเดาออกข้างเดียวเกิน 2 สัปดาห์
ถ้ามีเลือดออกจากจมูกข้างเดิมต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ แม้จะออกไม่เยอะ แต่เป็น ๆ หาย ๆ แบบนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจไม่ใช่แค่เส้นเลือดฝอยเปราะ แต่มีความผิดปกติในโพรงจมูก เช่น แผลเรื้อรัง ติ่งเนื้อ หรือเนื้องอกบางชนิดที่ทำให้มีเลือดออกซ้ำ ๆ ได้
2. ออกซ้ำ ๆ เป็นบ่อย
กำเดาออกข้างเดียวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สัปดาห์ละหลายครั้ง หรือออกง่ายแม้ไม่ได้แคะจมูกหรือกระแทก อาจเป็นสัญญาณว่ามีจุดเลือดออกผิดปกติในจมูก หรือมีสิ่งกดทับหลอดเลือดอยู่ ทำให้หลอดเลือดเปราะและแตกง่ายกว่าปกติ
3. คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง
อาการคัดจมูกที่เป็นแค่ข้างเดียวและไม่หายสักที อาจไม่ใช่ภูมิแพ้ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของสิ่งอุดตันในโพรงจมูก เช่น ติ่งเนื้อ หรือก้อนเนื้อบางอย่าง ซึ่งอาจไปกดหลอดเลือดและทำให้เกิดเลือดออกได้ร่วมด้วย และยิ่งถ้ามีอาการแน่นจมูก หายใจไม่สะดวก หรือใช้ยาพ่นแล้วไม่ดีขึ้น ยิ่งควรตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีความผิดปกติลึกในโพรงจมูกที่ต้องประเมินด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
4. หูอื้อข้างเดียว
ถ้ารู้สึกหูอื้อ หรือได้ยินไม่ชัดข้างเดียวร่วมกับกำเดาออก อาจเกี่ยวกับความดันในโพรงหลังจมูกที่เปลี่ยนไป หรือมีสิ่งผิดปกติลุกลามไปบริเวณใกล้เคียง ซึ่งควรตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์เฉพาะทาง และถ้ามีอาการแน่นหู เสียงวิ้ง หรือเหมือนมีน้ำในหูร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณว่าท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติจากแรงกดหรือก้อนบางอย่างในบริเวณหลังโพรงจมูก
5. มีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอ
คลำเจอก้อนที่คอ โดยเฉพาะถ้าโตขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่เจ็บ อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรัง หรือในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่รุนแรงขึ้นได้ ควรรีบตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน และถ้าก้อนมีลักษณะแข็ง เคลื่อนที่ได้น้อย หรืออยู่มานานหลายสัปดาห์โดยไม่ยุบ ยิ่งต้องระวัง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบน้ำเหลืองต่อความผิดปกติในบริเวณศีรษะและลำคอ
6. น้ำมูกมีกลิ่นเหม็น
ถ้ามีน้ำมูกข้างเดียวและมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง หรือมีสิ่งอุดตันในโพรงจมูก เช่น หนอง หรือเนื้อเยื่อผิดปกติ ซึ่งต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม และถ้ามีกลิ่นแรงผิดปกติหรือเป็นนานหลายวัน อาจสะท้อนถึงการสะสมของเชื้อแบคทีเรียหรือเนื้อเยื่อที่เริ่มเสื่อมสภาพภายในโพรงจมูก
7. มีน้ำมูกปนเลือด
น้ำมูกที่มีเลือดปนออกมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะข้างเดียว อาจเป็นสัญญาณของการระคายเคืองลึกในโพรงจมูก ไม่ใช่แค่เลือดกำเดาทั่วไป และอาจมีแผลหรือก้อนอยู่ภายใน ยิ่งถ้ามีลักษณะเป็นมูกเหนียว สีเข้ม หรือมีเลือดปนซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายวัน แสดงว่ามีการอักเสบหรือบาดเจ็บภายในที่ยังไม่หายดี
8. อายุเกิน 40 ปี
ในคนอายุมากขึ้น ความเสี่ยงของโรคบางชนิดในโพรงจมูกจะเพิ่มขึ้น หากมีอาการกำเดาออกข้างเดียวร่วมกับอาการอื่น ๆ ยิ่งควรระวัง และไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังโดยไม่ตรวจ เพราะโรคบางอย่างในช่วงแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน นอกจากเลือดออกเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามและรักษายากขึ้นในระยะหลังได้
9. สูบบุหรี่เป็นประจำ
สารระคายเคืองจากบุหรี่ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของเซลล์ในทางเดินหายใจ การที่มีเลือดออกข้างเดียวในคนที่สูบบุหรี่ จึงเป็นสัญญาณที่ต้องระวังมากขึ้นกว่าปกติ และถ้ามีอาการร่วม เช่น ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือแน่นจมูกนาน ๆ อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุที่ไม่ควรมองข้าม
เลือดกำเดาออกข้างเดียวไม่ใช่เรื่องเล็กครับ โดยเฉพาะถ้ามีอาการซ้ำ ๆ หรือมีสัญญาณร่วม เช่น คัดจมูก หูอื้อ มีก้อนที่คอ หรือน้ำมูกผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน เพราะการปล่อยไว้อาจทำให้โรคที่ซ่อนอยู่ลุกลามโดยไม่รู้ตัว และการตรวจเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ตรงจุดและปลอดภัยมากขึ้นครับ