"ตับ" ถูกขนานนามว่าเป็น "โรงงานเคมี" ของร่างกาย มีหน้าที่ขับพิษ เผาผลาญพลังงาน และกักเก็บสารอาหาร หากตับเสียหาย คุณภาพชีวิตจะลดลงอย่างมาก แต่ด้วยการใช้ชีวิตสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยการ นอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารฟาสต์ฟู้ด และความเครียดจากงาน ทำให้ตับต้องทำงานหนักเกินไปทุกวัน นั่นจึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า มี 5 อาหารใกล้ตัวที่กำลังทำลายตับอย่างเงียบ ๆ หากไม่รีบเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อาจก่อให้เกิดผลเสียระยะยาวที่ยากจะแก้ไขได้
5 อาหารทำลายตับที่ควรระวัง
1. แอลกอฮอล์ ศัตรูอันดับหนึ่งของตับ ดื่มต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้เกิดไขมันพอกตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งระดับ 1 แนะนำให้ผู้ชาย–ผู้หญิงควรจำกัด ไม่เกิน 15 กรัมแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อวัน
2. อาหารที่ขึ้นรา ข้าวโพด ถั่วลิสง และถั่วต่าง ๆ ที่ขึ้นรา มักมีสารพิษอะฟลาท็อกซิน B1 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับที่อันตรายที่สุดและอยู่ในกลุ่ม 1 ของ WHO กินเข้าไปจะทำให้ตับเสียหายรุนแรงและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายเท่า

3. อาหารทะเลดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเลจำพวกมีเปลือกเช่น กุ้ง ปู หอยที่ปรุงไม่สุก เสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบ A หรือพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยก่อมะเร็ง
4. อาหารหมักดอง (ดองเค็ม ดองเปรี้ยว) ดองผักหรือผลไม้ เช่น กะหล่ำปลีดอง แตงกวาดอง ฯลฯ มีสารไนโตรซามีนเกินค่ามาตรฐานได้มากกว่า 60% สะสมในร่างกายนาน ๆ จะทำลายเซลล์ตับและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
5. สมุนไพร บางชนิดที่ควรระมัดระวัง เช่น ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ขี้เหล็ก เห็ดเผาะ หากรับประทานไม่ถูกวิธีก็อาจจะเสี่ยงเป็นโรคตับอักเสบ ในขณะที่ ยาแผนปัจจุบัน อย่าง คีโตโคนาโซล (ketoconazole) ที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อจากเชื้อรา ห้ามใช้ในผู้ป่วยตับอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง รวมทั้ง พาราเซตามอล (paracetamol) ยาแก้ปวด ลดไข้ ในบางกรณีการรับประทานมากเกินขนาดที่แนะนำ ตับอาจทำลายยาไม่ทัน และบางครั้งอาจก่อให้เกิดพิษต่อตับได้
ข้อมูล SOHA