เกิดเหตุการณ์ธรรมชาติครั้งใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อภูเขาไฟอานักกรากะตัว (Anak Krakatau) ได้เกิดการปะทุขึ้นอย่างรุนแรง พ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศตั้งแต่ 6,000 เมตร ไปจนถึง 15,000 เมตร ครอบคลุมพื้นที่เกาะชวา เกาะสุมาตรา และจังหวัดบันเติน ส่งผลให้ทางการอินโดนีเซียต้องประกาศระงับการให้บริการสนามบินถึง 6 แห่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในเส้นทางการบิน
การระงับให้บริการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ณ กรุงจาการ์ตา โดยบริษัท Angkasa Pura ผู้บริหารสนามบิน รายงานว่ามีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 301 เที่ยวบิน ซึ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศถึง 58 เที่ยวบิน ด้านสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินเข้าและออกจากกรุงจาการ์ตาเช่นกัน ขณะที่ทางสนามบินและสายการบินได้ร่วมมือกันจัดเตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และรถรับส่งไปยังโรงแรมที่พักเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ตกค้าง
นอกจากนี้ ในวันเดียวกันยังพบการปะทุของ ภูเขาไฟเซเมรู ในพื้นที่ชวาตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 850 กิโลเมตร โดยได้พ่นเถ้าถ่านสูงขึ้นไป 1 กิโลเมตรเหนือยอดเขา ทางหน่วยงานเฝ้าระวังภูเขาไฟ (PVMBG) ได้ออกเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟอย่างน้อย 5 กิโลเมตร เนื่องจากมีความเสี่ยงจากกลุ่มเถ้าถ่านร้อนและลาวาไหลที่อาจแผ่ขยายออกไปได้ไกลถึง 17 กิโลเมตร
ด้านสำนักงานควบคุมมลพิษอินโดนีเซีย ได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรักษาความสงบ สวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาป้องกัน งดกิจกรรมกลางแจ้ง ปิดฝาแหล่งน้ำ และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลง ทั้งนี้ ประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่บนพื้นที่ วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟ โดยปัจจุบันมีภูเขาไฟหลายแห่งถูกยกระดับการเตือนภัยให้อยู่ในระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยสูงสุดอันดับ 2