กรมส่งเสริมการเกษตร สรุปหลักเกณฑ์ อัตราการช่วยเหลือ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถเตรียมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง โดยการช่วยเหลือจะพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
3 เรื่องสำคัญที่เกษตรกรต้องรู้
ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยพิบัติ
เมื่อเกิดความเสียหาย ต้องยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01 พร้อมผ่านการตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามขั้นตอน
ติดตามการประชาคม การตรวจสอบ และประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานในพื้นที่
สำหรับอัตราการช่วยเหลือด้านพืช ครอบคลุมทั้งข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น รวมถึงกรณีพื้นที่ถูกดิน โคลน หรือซากวัสดุทับถมจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยมีหลักเกณฑ์และอัตราการช่วยเหลือแตกต่างกันตามประเภทความเสียหาย
เงินเยียวยาเกษตรกร 2569 ได้ไร่ละเท่าไร?
ตามหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดอัตราช่วยเหลือด้านพืช ดังนี้
ข้าว ช่วยเหลือ 2,240 บาทต่อไร่
พืชไร่และพืชผัก ช่วยเหลือ 3,180 บาทต่อไร่
ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ช่วยเหลือ 6,800 บาทต่อไร่
ไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโต แต่ไม่ตาย หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่
พื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถม จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ช่วยเหลือค่าขุดลอกและขนย้าย 16,000 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่
ทั้งนี้ การช่วยเหลือกำหนดวงเงิน ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยจะพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง
ใครมีสิทธิได้รับเงินเยียวยา?
เกษตรกรที่จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจริง และต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
กรณีพืชตายหรือได้รับความเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ จะพิจารณาช่วยเหลือตามพื้นที่ที่เสียหายจริง ภายใต้เพดานไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
ดังนั้น เงิน 6,800 บาทต่อไร่ ไม่ใช่อัตราที่เกษตรกรทุกประเภทจะได้รับ แต่เป็นอัตราสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ที่พืชตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ส่วนผู้ปลูกข้าวจะได้รับในอัตรา 2,240 บาทต่อไร่
ยื่นเอกสารแล้ว จะได้รับเงินเมื่อไหร่?
ขั้นตอนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการให้ความช่วยเหลือ ไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เกิดภัย
ขั้นตอนหลักมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1
ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
ขั้นตอนที่ 2
เกษตรกรยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01 โดยมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรองความเสียหาย
ขั้นตอนที่ 3
คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ตรวจสอบและรับรองความเสียหายของเกษตรกร
ขั้นตอนที่ 4
นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบไปติดประกาศ ณ สถานที่ที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 3 วัน
จากนั้น สำนักงานเกษตรอำเภอจะนำเสนอรายชื่อและข้อมูลต่อคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรร
หากวงเงินไม่เพียงพอ สำนักงานเกษตรจังหวัดจะเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาเพิ่มเติม และหากยังไม่เพียงพอ จะเข้าสู่ขั้นตอนการขอใช้เงินทดรองราชการในอำนาจปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เงินโอนเข้าบัญชีใคร?
เมื่อผ่านการพิจารณาและได้รับอนุมัติแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเป็นผู้โอนเงินช่วยเหลือ เข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง
ดังนั้น การยื่น กษ.01 แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทันที เพราะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ รับรองความเสียหาย ประกาศรายชื่อ และพิจารณาจัดสรรเงินตามขั้นตอนของทางราชการก่อน
ระวังมิจฉาชีพ!
กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำว่า การช่วยเหลือเกษตรกรจะดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐตามขั้นตอน และเงินช่วยเหลือจะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ไม่มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการ
เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง



ขอบคุณข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการเกษตร