วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ Reuters รายงานว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ภายใต้องค์การสหประชาชาติ เตรียมดำเนินปฏิบัติการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
นายอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะดำเนินการร่วมกับอิหร่าน โอมาน สหรัฐอเมริกา รัฐชายฝั่งในภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมการเดินเรือ เพื่ออำนวยความปลอดภัยให้แก่ลูกเรือและเรือพาณิชย์ที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
เราได้รับหลักประกันด้านความปลอดภัยที่จำเป็น และได้ตรวจสอบเงื่อนไขการเดินเรืออย่างละเอียด เพื่อให้การปฏิบัติการสามารถดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย เลขาธิการ IMO กล่าว
นายโดมิงเกซ ระบุว่า ข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความมั่นคงทางทะเล และยุติการคุกคามต่อการเดินเรือพลเรือนที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
หลังจากลูกเรือผู้บริสุทธิ์หลายพันคนต้องเผชิญความยากลำบากและความทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน รวมถึงผลกระทบที่ลุกลามไปทั่วโลก ผมยินดีต่อความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เขากล่าว
ทางการโอมานประกาศเตือนนักเดินเรือว่า แผนอพยพของ IMO จะใช้เส้นทางเดินเรือชั่วคราว 2 เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือแต่ละลำจะได้รับการประสานงานและคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นรายกรณี ขณะที่ IMO จะออกรายงานประจำวันเกี่ยวกับจำนวนเรือที่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
ด้านสำนักข่าวทางการของโอมานรายงานว่า รัฐบาลโอมานได้ประสานงานร่วมกับ IMO เพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวสำหรับเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้ควบคุมเรือจะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามพิกัดที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือบนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายทะเล ซึ่งรับรองสิทธิในการเดินเรือโดยปราศจากการเรียกเก็บค่าผ่านทาง
ขณะเดียวกัน นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เริ่มการเยือนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ โดยเริ่มจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนเดินทางต่อไปยังคูเวตและบาห์เรน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
รูบิโอย้ำว่า ไม่มีประเทศใดมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นน่านน้ำสากลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ไม่มีประเทศใดสามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศเช่นนี้ได้ และผมเชื่อว่าหลายประเทศในภูมิภาคเห็นพ้องกับหลักการดังกล่าว รูบิโอกล่าว
อย่างไรก็ตาม การอพยพลูกเรือจำนวนมากครั้งนี้จะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้มีการเดินเรือได้ตามปกติ และไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเพิ่มเติมเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว