เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อิตาลีกำลังประกาศเตือนภัย ระดับสูงสุด "สีแดง" จากอุณหภูมิที่ร้อนจัด ครอบคลุมเมืองใหญ่เกือบทั้งหมดของประเทศ หลังคลื่นความร้อนลูกใหม่แผ่ปกคลุมทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ขณะนี้มี 19 เมือง ตั้งแต่ทางตอนเหนือถึงตอนใต้ของประเทศ เช่น กรุงโรม มิลาน เวนิส และเนเปิลส์ อยู่ในระดับเตือนภัยสีแดงแล้ว และภายในวันจันทร์ จำนวนเมืองที่อยู่ในระดับเตือนภัยสูงสุดจะเพิ่มเป็น 25 จาก 27 เมืองหลักของประเทศ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 30 องศาเซลเซียสตอนกลางถึงปลาย (ประมาณ 35-39 องศาฯ) โดยทางการเตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อ คนที่มีสุขภาพแข็งแรงและออกกำลังกายเป็นประจำ ได้เช่นกัน
การเตือนภัยครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญ ไฟป่ารุนแรง หลังเกิดคลื่นความร้อนต่อเนื่องหลายระลอก ซึ่งทำให้สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดและลุกลามของไฟป่า
ในแถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ กระทรวงสาธารณสุขอิตาลีระบุว่า ภายในวันจันทร์ จะมีเพียง 2 เมือง เท่านั้นที่ไม่อยู่ในระดับสีแดง ได้แก่ เรจโจ คาลาเบรีย ซึ่งอยู่บริเวณปลาย "รองเท้าบู๊ต" ของอิตาลี และ เมสซีนา บนเกาะซิซิลี โดยทั้งสองเมืองจะอยู่ในระดับเตือนภัย สีส้ม ซึ่งเป็นระดับรองลงมา
ทางการแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
หลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้งและสัมผัสแสงแดดโดยตรงในช่วง 11.00-18.00 น.
อยู่ภายในอาคารหรือสถานที่ร่ม
ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจาก ความกดอากาศสูงกึ่งร้อน (Subtropical Anticyclone) ที่พัดมาจากแอฟริกาเหนือและกำลังแผ่กำลังปกคลุมบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใน กรีซ ฝรั่งเศส โปรตุเกส และสเปน ยังคงเร่งควบคุมไฟป่าที่ลุกไหม้กินพื้นที่หลายพันเฮกตาร์
ฝรั่งเศส: มีการอพยพประชาชนราว 2,500 คน ในแคว้นวาร์ (Var) ทางตะวันออกเฉียงใต้ หลังไฟป่าที่เคยควบคุมได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้ไฟป่าครั้งใหญ่ในแคว้นจีรงด์ (Gironde) ทางตะวันตกเฉียงใต้จะอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และประชาชนกว่า 200,000 คน ที่เคยอพยพสามารถกลับบ้านได้
กรีซ: มีการอพยพประชาชนหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ออกจากเมืองชายฝั่งในแคว้นวีโอตีอา (Viotia) ทางทะเล หลังถูกไฟป่าล้อมพื้นที่
สเปน: ตั้งแต่ต้นปี 2026 มีพื้นที่ถูกไฟไหม้แล้วกว่า 200,000 เฮกตาร์ มากกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันถึงประมาณ 5 เท่า ขณะที่ โปรตุเกส ก็มีพื้นที่ถูกไฟป่าสูงกว่าปกติเช่นกัน ตามข้อมูลของสหภาพยุโรป
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น โดย ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ เร็วกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า ตามข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service
ผลกระทบที่ตามมาคือ คลื่นความร้อนในฤดูร้อนเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ทรัพยากรน้ำของยุโรปเผชิญแรงกดดันมากขึ้น และไฟป่ามีความรุนแรงและเกิดได้ง่ายกว่าเดิม.