เอาแล้วไง! ทรัมป์ ส่งสัญญาณแรง ถึงไต้หวัน แล้ว
เอาแล้วไง! ทรัมป์ ส่งสัญญาณแรง ถึงไต้หวัน แล้ว
ข่าวต่างประเทศ

เอาแล้วไง! ทรัมป์ ส่งสัญญาณแรง ถึงไต้หวัน แล้ว

ฟังข่าวนี้

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนไต้หวันไม่ให้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ โดยระบุถ้อยคำระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น หลังการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่งสิ้นสุดลง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับไต้หวัน พร้อมย้ำว่านโยบายของสหรัฐในประเด็นนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า คุณรู้ไหมเราต้องเดินทาง 9,500 ไมล์ (15,289 กิโลเมตร) เพื่อทำสงคราม ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาใจเย็นลง ผมอยากให้จีนใจเย็นลง

ผู้นำสหรัฐยังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางกลับประเทศ โดยเปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสีเกี่ยวกับประเด็นไต้หวันเป็นจำนวนมาก แต่ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าสหรัฐจะปกป้องไต้หวันหรือไม่ พร้อมระบุว่านายสีมีท่าทีและความรู้สึกอย่างมากต่อเกาะแห่งนี้ และไม่ต้องการเห็นการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราช โดยทรัมป์ย้ำท่าทีดังกล่าว

ด้านรายงานจากสื่อทางการจีนระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เตือนระหว่างการเจรจาว่า ปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ หากจัดการไม่ดี สองประเทศอาจปะทะกันหรือถึงขั้นเกิดความขัดแย้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนในประเด็นไต้หวัน ทรัมป์กล่าวว่า ไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมคิดว่าเราจะไม่มีปัญหา สี จิ้นผิง ไม่ต้องการเห็นสงคราม

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เคยระบุว่า ไต้หวันไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไต้หวันมองว่าตนเองเป็นประเทศอธิปไตยอยู่แล้ว

ทั้งนี้ สหรัฐยังคงสนับสนุนไต้หวันมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีข้อผูกพันทางกฎหมายในการจัดหาอุปกรณ์เพื่อการป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนควบคู่กันไป

ช่วงปลายปี 2568 รัฐบาลของทรัมป์ได้ประกาศขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 359,000 ล้านบาท ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งส่งผลให้จีนออกแถลงการณ์ประณามอย่างหนัก ขณะที่ทรัมป์ระบุว่าจะตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้ว่าการขายดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ พร้อมกล่าวว่า ผมต้องพูดคุยกับคนที่บริหารไต้หวันในตอนนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ