วันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเตรียมปล่อยน้ำมันเบนซินและดีเซลจากคลังสำรองภายในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงที่ถูกรบกวนจากสงครามระหว่างอิหร่าน และช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในหลายพื้นที่ภูมิภาคของประเทศ
คริส โบเวน รัฐมนตรีพลังงานของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้ปล่อยน้ำมันจากระดับสำรองขั้นต่ำตามข้อกำหนดได้สูงสุด 20% ซึ่งคิดเป็นปริมาณประมาณ 762 ล้านลิตร ของน้ำมันเบนซินและดีเซล
แถลงการณ์จากสำนักงานของรัฐมนตรีพลังงานระบุว่า การกระจายน้ำมันจากคลังสำรองไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงของออสเตรเลียมีความยาวและซับซ้อน โดยเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในพื้นที่ภูมิภาค ก่อนจะถูกลำเลียงไปยังจุดใช้งานทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังระบุว่า แม้เรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางมาถึงท่าเรือของออสเตรเลียตามกำหนด แต่ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนในหลายพื้นที่ของภูมิภาค และการนำเข้าน้ำมันอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ
ทั้งนี้ การผ่อนคลายข้อกำหนดการสำรองน้ำมันขั้นต่ำดังกล่าว เทียบเท่ากับการปล่อยน้ำมันประมาณ 5 ล้านบาร์เรล ขณะที่การใช้น้ำมันรวมของออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม คริส โบเวน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ออสเตรเลียมีน้ำมันสำรองอยู่ประมาณ 36 วันสำหรับน้ำมันเบนซิน 34 วันสำหรับดีเซล และ 32 วันสำหรับน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสิบปี
อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวยังคงต่ำกว่ามาตรฐานของ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีน้ำมันสำรองอย่างน้อย 90 วัน รัฐมนตรีพลังงานออสเตรเลียกล่าวเพิ่มเติมว่า การปล่อยน้ำมันสำรองครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ที่ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองรวม 400 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลก เพื่อช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงาน