แรงกว่าที่คิด! ทรัมป์ลั่นชัด สหรัฐต้องคุมเวเนซุเอลาอีกหลายปี ไม่มีกำหนด
ข่าวต่างประเทศ

แรงกว่าที่คิด! ทรัมป์ลั่นชัด สหรัฐต้องคุมเวเนซุเอลาอีกหลายปี ไม่มีกำหนด

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทางสำนักข่าวต่างประเทศ The New York Times ได้เผยบทสัมภาษณ์ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับประเด็นทิศทางการดำเนินนโยบายของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา หลังปฏิบัติการทางทหารที่นำไปสู่การจับกุมนายนีโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐคาดว่าจะต้องเข้ากำกับดูแลและบริหารจัดการเวเนซุเอลาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี โดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี พร้อมย้ำว่า น่าจะนานกว่านั้นมาก เพื่อดำเนินการฟื้นฟูประเทศและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานขนาดมหาศาลของเวเนซุเอลา

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการสูบน้ำมันจากแหล่งสำรองของเวเนซุเอลา เพื่อนำมาสร้างกำไรและช่วยลดราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยยืนยันว่าจะนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับไปใช้ในการฟื้นฟูประเทศ ในรูปแบบที่รัฐบาลสหรัฐเห็นว่าจำเป็น

ทรัมป์ ยังยืนยันว่า สหรัฐจะทำงานร่วมกับรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลาชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของนางเดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีและบุคคลใกล้ชิดของมาดูโร แทนการสนับสนุนนางมาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งชนะการเลือกตั้งและเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลรักษาการชุดนี้ให้ความร่วมมือกับสหรัฐเป็นอย่างดี และยอมมอบสิ่งที่สหรัฐเห็นว่าจำเป็น แตกต่างจากรัฐบาลในอดีตที่เคยยึดกิจการน้ำมันจากบริษัทสหรัฐ

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์แสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จของปฏิบัติการบุกยึดฐานที่มั่นในกรุงการากัส ซึ่งนำไปสู่การจับกุมมาดูโรและภรรยา พร้อมเปรียบเทียบว่าความสำเร็จครั้งนี้แตกต่างจากความล้มเหลวของสหรัฐในอดีต เช่น ปฏิบัติการช่วยตัวประกันในอิหร่านสมัยประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ และการถอนทหารจากอัฟกานิสถานในยุครัฐบาลโจ ไบเดน

รายงานระบุว่า ระหว่างการสัมภาษณ์ ทรัมป์ได้หยุดการสนทนาเพื่อรับสายโทรศัพท์จากประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบีย ซึ่งโทรมาอธิบายสถานการณ์ยาเสพติดและแหล่งผลิตโคเคนในภูมิภาค โดยทรัมป์มองว่าการโค่นล้มระบอบมาดูโรช่วยลดความตึงเครียดด้านความมั่นคง และทำให้ผู้นำประเทศอื่นในภูมิภาคเกิดความหวาดเกรงต่ออำนาจของสหรัฐ

นอกจากนี้ ทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐเตรียมเข้าควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาอย่างไม่มีกำหนด โดยคาดว่าจะได้รับน้ำมันดิบชนิดหนักในช่วงเริ่มต้นประมาณ 30-50 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่ถูกละเลยมานานจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะกลับมาเดินหน้าได้เต็มรูปแบบ

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการส่งทหารราบเข้าไปในพื้นที่ หรือแนวทางการดำเนินการหากเวเนซุเอลาไม่ยอมขับไล่บุคลากรรัสเซียและจีนออกจากประเทศตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ โดยระบุเพียงว่า ขณะนี้สหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับรัฐบาลรักษาการ และยังไม่มีการให้คำมั่นใดๆ เกี่ยวกับกำหนดการเลือกตั้งใหม่ในเวเนซุเอลา

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ทิ้งท้ายว่า ตนมีความตั้งใจที่จะเดินทางเยือนเวเนซุเอลาในอนาคต หากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยเอื้ออำนวย

ชมคลิป

ข่าวที่คุณอาจสนใจ