เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบผลิตน้ำปลาและน้ำส้มสายชูปลอม ภายในบ้านพัก 2 คูหา ในพื้นที่เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการผลิตเครื่องปรุงรสอาหารไม่ได้มาตรฐานส่งจำหน่ายให้ร้านค้าและร้านอาหารหลายแห่งในกรุงเทพฯ ก่อนตรวจยึดผลิตภัณฑ์ปลอมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรวม 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น มูลค่ากว่า 250,000 บาท

สำหรับรายการของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึด ประกอบด้วย
1. ผลิตภัณฑ์น้ำปลาปลอม ตราไส้ตันคู่ ทั้งแบบขวดและแบบแกลลอน จำนวน 2 รายการ รวม 200 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูปลอม ตราสตรอเบอร์รี่ ทั้งแบบขวดและแบบแกลลอน จำนวน 2 รายการ รวม 71 ชิ้น
3. อุปกรณ์สำหรับผลิตและบรรจุเครื่องปรุงรส อาทิ อุปกรณ์ตอกฝา ถัง และแกลลอนสำหรับใส่วัตถุดิบ จำนวน 13 รายการ รวม 1,858 ชิ้น
4. ขวดและแกลลอนเก่าที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทั้งที่ทำความสะอาดและยังไม่ได้ทำความสะอาด จำนวน 6 รายการ รวม 263 ชิ้น
รวมตรวจยึดของกลางทั้งสิ้น 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 250,000 บาท

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ และ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. รวมถึง พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ. และรอง ผบก.ปคบ. ได้แก่ พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง และ พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ โดยมี พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับสำนักงาน อย. นำโดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมนายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเภสัชกร มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.ท.ธันว์ธวัช อนุรักษนิยม สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมกำลังตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว หลัง กก.4 บก.ปคบ. ได้รับแจ้งจากประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งลักลอบผลิตและจำหน่ายเครื่องปรุงรสอาหาร ทั้งน้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู ซึ่งมีการผลิตและบรรจุสินค้าเพื่อส่งกระจายไปยังร้านค้าหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงสืบสวนรวบรวมข้อมูลจนสามารถระบุสถานที่ผลิตได้

จากการตรวจสอบภายในสถานที่พบว่า ไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. และสภาพการผลิตไม่เป็นไปตามหลักสุขลักษณะที่กำหนด โดยนายวิรัชฯ เจ้าของสถานที่ มีพฤติการณ์รวบรวมขวดและแกลลอนที่ผ่านการใช้งานแล้วมาล้างทำความสะอาด ก่อนนำหัวเชื้อมาผสมกับสารต่าง ๆ เพื่อเจือจางในถัง โดยไม่ได้กำหนดสูตรหรือสัดส่วนที่แน่นอน จากนั้นใช้สายยางดูดของเหลวใส่ภาชนะ ติดสติกเกอร์ฉลากสินค้า และใช้ค้อนตอกฝาปิด เพื่อเตรียมส่งจำหน่าย
แนวทางการสืบสวนพบอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นถูกส่งให้ร้านค้าปลีกและร้านอาหารหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหลายสาขา รวมถึงร้านอาหารในย่านปิ่นเกล้า ย่านเทเวศร์ และพื้นที่ใกล้เคียง นายวิรัชฯ ให้ข้อมูลว่าไม่ได้มีความรู้ด้านการผลิตอาหารโดยตรง แต่เรียนรู้วิธีปรุงจากผลิตภัณฑ์ของแท้ ก่อนนำมาดัดแปลงเป็นสูตรของตนเองเพื่อประหยัดต้นทุน โดยจำหน่ายในราคาขวดละ 15-30 บาท มียอดขายเดือนละกว่า 1,000 ขวด และดำเนินการลักษณะนี้มานานกว่า 10 ปี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม ซึ่งเป็นอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ หรือลักษณะพิเศษอย่างอื่น มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง อย. กับตำรวจ บก.ปคบ. ในการสืบสวนหาแหล่งลักลอบผลิตน้ำปลาและเครื่องปรุงรสปลอม จนสามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคไว้ได้ก่อนนำออกกระจายจำหน่าย

พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อเครื่องปรุงรส ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอนและจดทะเบียนพาณิชย์ เนื่องจากสินค้าปลอมที่วางจำหน่ายตามตลาดนัด แหล่งชุมชน หรือเสนอขายส่งให้ร้านอาหาร มักใช้วิธีตั้งราคาถูกเป็นพิเศษเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสถานที่ไม่มีมาตรฐานด้านสุขลักษณะ ยังมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายและจุลินทรีย์ก่อโรค รวมถึงอาจมีปริมาณโซเดียมหรือสารกันเสียเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคไตและโรคความดันโลหิตสูง หากพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 อีเมล 1556@fda.moph.go.th, Line: @FDAThai และ Facebook: FDAThai

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบฉลากและบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาหารก่อนเลือกซื้อและนำมาบริโภค เนื่องจากอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตไม่สะอาดหรือมีการผสมสารเคมีที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและชีวิตได้
ทั้งนี้ บก.ปคบ. จะร่วมกับ อย. เดินหน้าสืบสวนและปราบปรามแหล่งผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนผู้ที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายสินค้าในลักษณะดังกล่าวให้ยุติการกระทำ โดยเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดหรือย้ายสถานที่ไปยังพื้นที่ใดก็ตาม หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ