เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งลักลอบผลิตน้ำปลาและน้ำส้มสายชูปลอม ภายในบ้านพัก 2 คูหา ในพื้นที่เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการผลิตและจำหน่ายเครื่องปรุงรสอาหารไม่ได้มาตรฐาน กระจายส่งให้ร้านค้าและร้านอาหารหลายแห่งในกรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ปลอม พร้อมอุปกรณ์การผลิตรวม 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น มูลค่ากว่า 250,000 บาท

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ และ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. รวมถึง พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ. และรอง ผบก.ปคบ. ได้แก่ พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง และ พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ โดยมี พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับสำนักงาน อย. นำโดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบสถานที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร ทั้งน้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู ซึ่งมีการผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์ก่อนกระจายจำหน่ายไปยังร้านค้าหลายแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบแหล่งผลิต

กระทั่งวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 คูหา ในพื้นที่เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร พบผลิตภัณฑ์น้ำปลาปลอมตราไส้ตันคู่ ทั้งแบบขวดและแกลลอน จำนวน 200 ชิ้น และผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูปลอมตราสตรอเบอร์รี่ ทั้งแบบขวดและแกลลอน จำนวน 71 ชิ้น
นอกจากนี้ ยังตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต อาทิ อุปกรณ์ตอกฝา ถัง และแกลลอนสำหรับใส่วัตถุดิบ จำนวน 13 รายการ รวม 1,858 ชิ้น ตลอดจนขวดและแกลลอนเก่าที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วและยังไม่ได้ทำความสะอาดอีก 6 รายการ จำนวน 263 ชิ้น รวมของกลางทั้งหมด 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 250,000 บาท
จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. อีกทั้งกระบวนการผลิตไม่มีมาตรฐานด้านสุขลักษณะ โดยเจ้าของสถานที่ชื่อ นายวิรัชฯ มีพฤติการณ์เก็บรวบรวมขวดและแกลลอนที่ผ่านการใช้งานแล้วมาล้างทำความสะอาด ก่อนนำหัวเชื้อมาผสมกับสารต่าง ๆ เพื่อเจือจางในถัง โดยไม่มีสูตรหรือสัดส่วนที่แน่นอน จากนั้นใช้สายยางดูดผลิตภัณฑ์ใส่ขวดและแกลลอน ติดสติกเกอร์ฉลากสินค้า ก่อนใช้ค้อนตอกฝาปิดเพื่อเตรียมจัดส่งให้ลูกค้า

แนวทางการสืบสวนยังพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกส่งจำหน่ายให้ร้านค้าปลีกและร้านอาหารหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหลายสาขา รวมถึงร้านอาหารในย่านปิ่นเกล้า ย่านเทเวศร์ และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าของสถานที่ให้ข้อมูลว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับการผลิตอาหาร แต่เรียนรู้วิธีปรุงจากผลิตภัณฑ์ของแท้ ก่อนนำมาดัดแปลงเป็นสูตรของตนเองเพื่อลดต้นทุน โดยจำหน่ายในราคาขวดละ 15-30 บาท มียอดขายเดือนละกว่า 1,000 ขวด และดำเนินการลักษณะดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม ซึ่งเป็นอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ หรือลักษณะพิเศษอย่างอื่น มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ที่ร่วมสืบสวนจนสามารถตรวจพบแหล่งลักลอบผลิตน้ำปลาและเครื่องปรุงรสปลอม พร้อมตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ปลอดภัย ก่อนกระจายไปถึงมือผู้บริโภค
พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอนและจดทะเบียนพาณิชย์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ปลอมที่จำหน่ายตามตลาดนัด แหล่งชุมชน หรือขายส่งให้ร้านอาหาร มักใช้กลยุทธ์ตั้งราคาถูกเป็นพิเศษเพื่อจูงใจผู้ซื้อ
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสที่ผลิตจากสถานที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดการควบคุมด้านสุขลักษณะ อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายและจุลินทรีย์ก่อโรค รวมถึงอาจมีปริมาณโซเดียมหรือสารกันเสียเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคไตและโรคความดันโลหิตสูง หากพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือช่องทางออนไลน์ของ อย.

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารก่อนนำมาบริโภค โดยตรวจสอบฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้รอบคอบ เนื่องจากปัจจุบันยังพบการลักลอบผลิตอาหารที่ไม่ได้คุณภาพออกจำหน่าย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากสารเคมีที่ผสมในอาหาร หรือกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภค
ทั้งนี้ บก.ปคบ. จะเดินหน้าร่วมกับ อย. ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการสืบสวนและปราบปรามแหล่งผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนผู้ที่ลักลอบกระทำความผิดให้หยุดการกระทำทันที โดยเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดหรือย้ายสถานที่ไปยังพื้นที่ใดก็ตาม หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ