ชัดเจน! กำนันศรีกะอาง แจงแล้ว ปมที่ดินนายก็อต สามีบุ๋ม ปนัดดา เผยทุกประเด็น
ชัดเจน! กำนันศรีกะอาง แจงแล้ว ปมที่ดินนายก็อต สามีบุ๋ม ปนัดดา เผยทุกประเด็น
ข่าวสังคม - โซเชียล

ชัดเจน! กำนันศรีกะอาง แจงแล้ว ปมที่ดินนายก็อต สามีบุ๋ม ปนัดดา เผยทุกประเด็น

ฟังข่าวนี้

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 น.ส.ภาณิชชา วรวัฒน์ กำนันตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ชี้แจงถึงกรณีพื้นที่ปลูกป่าของนายก็อต อธิป สามีบุ๋ม ปนัดดา โดยระบุว่า บริเวณดังกล่าวมีชาวบ้านเข้ามาทำกินเป็นเวลานาน สังเกตได้จากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่ ส่วนกรณีของนายก็อตนั้น ตนเคยพบเห็นประมาณ 2 ครั้ง ขณะนำต้นไม้มาเต็มคันรถ อีกทั้งยังเคยขอให้ตนช่วยประสานขอต้นไม้จากศูนย์เพาะชำบ้านนา โดยให้เหตุผลว่าต้องการปลูกต้นไม้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ชาวบ้านที่ดูแลพื้นที่ช่วยดำเนินการปลูก และบางครั้งก็มีชาวบ้านเข้ามาร่วมปลูกต้นไม้ในโอกาสสำคัญต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้พบเจอนายก็อตมาประมาณ 1 ปีแล้ว

กำนันภาณิชชากล่าวว่า โดยปกติหน้าที่ของตนจะเน้นดูแลปัญหาของประชาชนในพื้นที่ราบมากกว่า จึงไม่ค่อยได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณด้านบน เมื่อทราบว่านายก็อตเข้ามาปลูกป่าก็รู้สึกยินดี แต่ได้กำชับว่าห้ามตัดไม้ทำลายป่า ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่นั้น ตนไม่เคยขึ้นไปตรวจดูด้วยตนเอง

สำหรับการจัดกิจกรรมวิ่งเทรล กำนันภาณิชชาระบุว่า ไม่เคยมีการเข้ามาขออนุญาตจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการรวมกลุ่มขนาดเล็กในหมู่เพื่อนฝูงและครอบครัวเพื่อมาวิ่งเทรลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้จัดเคยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะจัดกิจกรรมในวันใด ซึ่งตนจะบอกกล่าวชาวบ้านให้เตรียมสินค้าและอาหารมาจำหน่าย เพื่อให้คนในชุมชนมีรายได้เสริม

ส่วนกรณีที่พบรถเข้าออกพื้นที่จำนวนมากนั้น มองว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีทั้งน้ำตกสลัดได น้ำตกกะอาง และวัดศรีกะอาง โดยสถานที่เหล่านี้ใช้เส้นทางสัญจรร่วมกัน

ขณะที่การปรับปรุงพื้นที่และทำทางเดินสำหรับวิ่งนั้น กำนันภาณิชชาเปิดเผยว่า สภาพพื้นที่เดิมก็มีลักษณะใกล้เคียงกับปัจจุบันอยู่แล้ว เนื่องจากมีผู้คนเดินขึ้นไปตามภูเขา รวมถึงชาวบ้านที่เข้าไปหาหน่อไม้ ส่วนการทำรั้วมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันสัตว์ป่า เช่น หมูป่าและช้างป่า ไม่ให้เข้ามาเป็นอันตรายต่อชาวบ้านและผู้ที่เข้ามาวิ่งเทรล

เมื่อถามถึงประเด็นว่าการสร้างรั้วอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น กำนันภาณิชชาระบุว่า ตนไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอย่างละเอียด แต่รับทราบว่าผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ต่างมีส่วนช่วยสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน เพราะหากไม่มีนักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้ามา คนในพื้นที่ก็ไม่รู้ว่าจะนำสินค้าไปขายให้ใคร

เมื่อถูกถามว่าได้นำข้อมูลที่มีอยู่ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหรือไม่ กำนันภาณิชชาชี้แจงว่า ในการประชุมร่วมกับกรมธนารักษ์แต่ละครั้ง ตนจะรวบรวมปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับที่ดินเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม เช่น กรณีชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ แต่ต้องการขอใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยที่ผ่านมาไม่เคยนำประเด็นของนายก็อตเข้าสู่การประชุม เนื่องจากส่วนใหญ่จะหารือเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และไม่ได้เจาะจงกล่าวถึงบุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะนายก็อตไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน

กำนันภาณิชชากล่าวเพิ่มเติมว่า หากนายก็อตสร้างความเดือดร้อนจนชาวบ้านรวมตัวประท้วง กรณีดังกล่าวจึงจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อแจ้งให้ทางราชการรับทราบ แต่ในทางกลับกัน ชาวบ้านกลับมองว่าการจัดกิจกรรมวิ่งเทรลเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้พวกเขามีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า

สำหรับแนวทางดำเนินการต่อจากนี้ กำนันภาณิชชาระบุว่า ต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่ลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 โดยระหว่างนี้ตนได้ขอให้ชาวบ้านอย่าตื่นตระหนกเมื่อมีสื่อมวลชนเข้ามาทำข่าว และให้ใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร เนื่องจากมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 คน จึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะตนไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ