โป๊ะแตก! อินฟลูฯ ดังขอกินฟรี ที่แท้อาจเป็นมิจฉาชีพ เตรียมเอาผิด 3 ข้อหา
โป๊ะแตก! อินฟลูฯ ดังขอกินฟรี ที่แท้อาจเป็นมิจฉาชีพ เตรียมเอาผิด 3 ข้อหา
ข่าวสังคม - โซเชียล

โป๊ะแตก! อินฟลูฯ ดังขอกินฟรี ที่แท้อาจเป็นมิจฉาชีพ เตรียมเอาผิด 3 ข้อหา

ฟังข่าวนี้

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดราม่าเจ้าของร้านอาหาร ประกาย คาเฟ่ แอนด์ คูซีน ในพื้นที่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย หลังออกมาเผยแพร่คลิประบายความในใจ เมื่อถูกเพจรีวิวอาหารชื่อดังติดต่อขอรับประทานอาหารฟรี แลกกับการรีวิวร้าน ก่อนอ้างว่าจะคิดค่ารีวิว 25,000 บาท หากทางร้านไม่ยินยอม พร้อมขู่ว่าหากอาหารไม่อร่อยจะทำคลิปสร้างความเสียหายให้ร้าน

ก่อนหน้านี้ เจ้าของร้านระบุว่า เพจดังกล่าวซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 300,000 คน ได้ส่งข้อความขอเข้ามารีวิวอาหาร โดยขอสนับสนุนอาหาร 7 อย่าง และเครื่องดื่ม 4 แก้ว ประกอบด้วยน้ำผลไม้ 2 แก้ว มัจฉะมะพร้าว 1 แก้ว มัจฉะลาเต้ 1 แก้ว รวมถึงกุ้งแม่น้ำเผาชุดใหญ่ 1 ชุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อทางร้านตอบกลับว่าไม่มีนโยบายให้รับประทานอาหารฟรี เจ้าของเพจกลับแจ้งว่าหากไม่ให้รับประทานฟรี จะเรียกเก็บค่ารีวิวจำนวน 25,000 บาท พร้อมระบุว่าหากอาหารไม่อร่อยจะทำคลิปให้ร้านได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังส่งรายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินมาให้เจ้าของร้านด้วย

พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 กรณีทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจด้วยการขู่เข็ญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 397 กรณีกระทำการรังแกหรือคุกคามผู้อื่น มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะเรียกเจ้าของร้านผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยเชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวได้ในเร็ว ๆ นี้

ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ยังตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่ติดต่อร้านอาหารในกรณีนี้ไม่น่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังตัวจริง แต่อาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างเพจขึ้นมาเพื่อหลอกลวงร้านอาหารที่มีชื่อเสียง

ส่วนบัญชีธนาคารที่ส่งให้เจ้าของร้าน โดยใช้ชื่อ สุชาดา (สงวนนามสกุล) นั้น ทางร้านได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและพบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นเผยแพร่ภาพบุคคลดังกล่าวเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับพฤติกรรมฉ้อโกงเช่นกัน จึงนำข้อมูลที่พบส่งให้ตำรวจตรวจสอบเพิ่มเติมว่า บุคคลที่ปรากฏในข้อมูลเตือนภัยเป็นคนเดียวกับผู้ที่ติดต่อขอรีวิวร้านอาหารหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ