ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการรวบผู้ต้องหา 4 ราย เครือข่ายมิจฉาชีพแอบอ้างฝ่ายการเงินโรงพยาบาลรัฐ หลอกข้าราชการบำนาญโอนเงินตรวจสอบสิทธิ เสียหายรวมกว่า 1.8 ล้านบาท

พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดย พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1, กก.2 และ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ตาก หลอกลวงข้าราชการบำนาญให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบสิทธิเงินบำเหน็จบำนาญ

สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกกลุ่มคนร้ายส่งข้อความติดต่อเข้ามา โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินดูแลเรื่องเงินบำเหน็จบำนาญ และชวนเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ก่อนขอข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมด อ้างว่าจะนำส่งให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบ จากนั้นได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินจากบัญชีตนเองไปยังบัญชีที่กำหนด เพื่อเป็นขั้นตอนการตรวจสอบและสัญญาว่าจะโอนคืนให้ทั้งหมด แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินคืนและไม่สามารถติดต่อกลุ่มคนร้ายได้อีก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สอท.4 ได้ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาพจากกล้องวงจรปิด พบพฤติการณ์ร่วมกันถอนเงินและนำไปฝากผ่านตู้ ATM เพื่อส่งต่อไปยังบัญชีผู้ร่วมขบวนการ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาได้รวม 8 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำกำลังเข้าจับกุม นายพุทธพงศ์ อายุ 53 ปี และนายสุขุม อายุ 50 ปี ได้ที่บริเวณที่พักใน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ
ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การภาคเสธ อ้างว่าเงินหมุนเวียนในบัญชีมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังจับกุม น.ส.สุพัตรา อายุ 21 ปี ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ ทำหน้าที่ถอนเงินสดไปส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการ และนายศุภชัย อายุ 31 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัว โดยยอมรับว่ารับจ้างถอนเงินสดครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, การสนับสนุนให้นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และการยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิด พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ