วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่บ้านโคกสมบูรณ์ ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้มี นายไชโย แสงสว่าง อดีตทหารผ่านศึก วอนรัฐช่วยหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยให้ใหม่ หลังจากมีหมายศาลปิดประกาศที่ประตูบ้าน จากสำนักงานบังคับคดี จ.สุรินทร์ โดยระบุว่า วันที่ 14 ก.ย.69 สนง.บังคับคดี ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ศาลแขวงสุรินทร์ ได้มีหมายบังคับคดีให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินป ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน (ที่หลวงแปลงเขที่ สร.051544 ที่ดินเลขที่ 28 บ้านโคกสมบุรณ์ ม.5 ต.สังขะฯ) จึงประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวาร ของนายจำเนียรแสงสว่าง ลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นบริวารของ นายจำเนียร แสงสวางและเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการ จะดำเนินการบังคับคดีตามกฏหมายต่อไป โดยนายไชโย แสงสว่าง หวั่นครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย

นายไชโย แสงสว่าง อายุ 38 ปี อดีตทหารผ่านศึก วอนหน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือครอบครัว หลังบ้านพักถูกปิดประกาศหมายศาล ที่อาศัยมานานหลายสิบปี โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกตกใจและกังวลอย่างมาก เพราะยังไม่รู้ว่าจะพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่ใดและในหมายยังระบุว่า ขับไล่ลูกหนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่านายจำเนียร แสงสว่าง พ่อของตน ไปเป็นหนี้กับใครเมื่อไหร่ และไม่เคยมีหนังสือทวงหนี้มาสักครั้ง จึงไม่เข้าใจเหตุผลที่ถูกขับไล่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีเพียงคดีบุกรุก ที่มีการอลุ่มอล่วยให้อาศัยอยู่ชั่วคราวแล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่ แต่ครอบครัวยังหาที่อยู่ยังไม่ได้ แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับหนี้สินเมื่อไหร่ นายไชโย เล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานาน ก่อนที่ตนจะไปปฏิบัติหน้าที่เป็นนักรบชายแดนใน จ.นราธิวาส เมื่อปี 2552 และประจำการต่อเนื่องถึงปี 2554 กระทั่งวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา มีหมายศาลนำมาติดประกาศบริเวณบ้าน แต่วันนั้นตนไม่ได้อยู่บ้าน เนื่องจากออกทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยสร้างบ้านให้ผู้พิการร่วมกับกำลังพลทหารผ่านศึก
ขณะที่นางทวน มุมทอง อายุ 64 ปี มารดาของนายไชโยฯอยู่บ้านอีกหลัง เลขที่ 72 หมู่ 5 ต.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว กล่าวว่า รู้สึกตกใจและช็อกเมื่อเห็นหมายศาลมาติดประกาศ เนื่องจากตนอ่านหนังสือไม่ออก อีกทั้งมีโรคประจำตัว จึงไม่ทราบรายละเอียดของเอกสารและไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร

นางทวน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ดินดังกล่าวมีชื่อของ นายจำเนียร แสงสว่าง เป็นผู้มีชื่อในเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเคยเดินทางไปศาลมาแล้วครั้งหนึ่งประมาณปี 2559 โดยศาลมีคำสั่งให้ปรับและให้หาที่อยู่อาศัย หากยังหาไม่ได้ให้สามารถอาศัยอยู่ไปก่อน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถหาที่อยู่แห่งใหม่ได้ ขณะที่สามีเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 1 ปี ทำให้ครอบครัวยิ่งประสบความลำบากและไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใคร

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวมีประมาณ 24 ไร่ มี 2 ครอบครัว 2 หลังคาเรือน อาศัยอยู่รวมกันประมาณ 12ชีวิต โดยในส่วนของครอบครัวนางทวนมีสมาชิกอยู่ด้วยกัน 9 คน มีทั้งคนพิการและเด็กๆที่กำลังเรียนหนังสือ รวมทั้งทารกด้วย

ทั้งนายไชโยและครอบครัว จึงฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยหาแนวทางจัดสรรที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกิน เพื่อให้ครอบครัวทั้งสองสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ และไม่ต้องเผชิญกับปัญหาไร้ที่อยู่อาศัย โดยยังยืนยันอีกว่า มีชาวบ้านรายอื่นก็ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทำเลเลี้ยงสัตว์โคกกะลัน พื้นที่หลายพันไร่ เช่นกัน แต่ก็ไม่ถูกดำเนินการ และครอบครัว ก็มีใบเสียภาษดอกหญ้า มาตั้งแต่ปี 48 ด้วย
สำหรับพื้นที่ ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ “เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์โคกกะลัน” ในเขตตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขพื้นที่รวมอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

ขณะที่พื้นที่ซึ่งกำลังมีปัญหาและเป็นข้อพิพาทในปัจจุบัน อยู่ในแปลงประมาณ 182 ไร่เศษ ส่วนพื้นที่ที่เหลือบางส่วน ชาวบ้านได้เข้ามาตั้งรกรากและปักหลักเป็นชุมชนอยู่อาศัยมาเป็นเวลานานแล้ว
ทั้งนี้ สำหรับตัวเลขพื้นที่ทั้งหมดและสถานะการใช้ประโยชน์ในแต่ละแปลง จะต้องตรวจสอบกับเอกสารสิทธิ์ แผนที่แนวเขต และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและตรงกับสภาพพื้นที่