โซเชียลถกสนั่น! หลังคลิปเจ้าของร้านสาดน้ำใส่พนักงานว่อน ล่าสุดเจ้าตัวออกมาแจงแล้ว
โซเชียลถกสนั่น! หลังคลิปเจ้าของร้านสาดน้ำใส่พนักงานว่อน ล่าสุดเจ้าตัวออกมาแจงแล้ว
ข่าวสังคม - โซเชียล

โซเชียลถกสนั่น! หลังคลิปเจ้าของร้านสาดน้ำใส่พนักงานว่อน ล่าสุดเจ้าตัวออกมาแจงแล้ว

ฟังข่าวนี้

นายเก่ง เจ้าของร้านนักเลงมือถือ ชี้แจงกรณีคลิปที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังมีภาพชายรายหนึ่งพูดคุยกับพนักงาน ก่อนเกิดจังหวะสาดน้ำใส่ พร้อมมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีลักทรัพย์นายจ้าง จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริง และฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นคอนเทนต์หรือการสร้างกระแส

นายเก่ง เปิดเผยว่า คลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นเพียงบางช่วงของเหตุการณ์เท่านั้น พร้อมยืนยันว่าบริษัทมีทรัพย์สินสูญหายจริง โดยเป็นโทรศัพท์มือถือ iPhone หลายเครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 200,000 บาท

ขณะนี้บริษัทได้มอบหมายให้ทีมทนายเป็นผู้ดูแลเรื่องดังกล่าวต่อแล้ว ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่านำทรัพย์สินออกไป หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ประมาณ 1 วัน ญาติพี่น้องได้นำเงินสดเข้ามาชดเชยค่าเสียหายเบื้องต้นบางส่วน ซึ่งบริษัทได้บันทึกรายละเอียดไว้เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ก่อนเกิดจังหวะสาดน้ำ นายเก่ง ระบุว่า ขณะนั้นกำลังพูดคุยและสอนพนักงานเกี่ยวกับทักษะการรับลูกค้า รวมถึงเทคนิคการพูดคุยกับลูกค้า ก่อนจะได้รับข้อมูลแจ้งเข้ามาว่ามีปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทที่สูญหาย จึงนำไปสู่การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิป

ส่วนสาเหตุที่มีการบันทึกคลิปไว้ เนื่องจากภายในบริษัทมีแนวทางบันทึกการอบรมหรือการสอนทักษะสำคัญ รวมถึงเรื่องใหม่ๆ ไว้เป็นความรู้ เพื่อให้พนักงานคนอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมสามารถนำไปศึกษาต่อได้

นายเก่ง ยอมรับว่า คลิปที่เผยแพร่ออกไปไม่ใช่คลิปทั้งหมด และยังมีคลิปที่ยาวกว่านั้น โดยก่อนเกิดจังหวะสาดน้ำ มีการพูดคุยกันตามปกติมาก่อน แต่ในช่วงแรกยังไม่มีการยอมรับเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงให้พนักงานเล่ารายละเอียดทีละส่วนว่า นำทรัพย์สินออกไปอย่างไร และเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด

นายเก่ง มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับบริษัทเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รับความเดือดร้อนไปด้วย หากมีการตรวจพบสินค้าสูญหายและต้องมีการร่วมรับผิดชอบค่าเสียหาย

ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานรายดังกล่าวอยู่บ้าง แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีความเสียหายรวมสูงถึงประมาณ 200,000 บาท โดยช่วงแรกเข้าใจว่าอาจมีสินค้าหายเพียง 1-2 เครื่องเท่านั้น

จุดที่ทำให้บริษัทเริ่มตรวจพบความผิดปกติ เกิดจากรูปแบบธุรกิจที่มีการขายสินค้าออนไลน์ และมีตัวแทนขายที่สามารถปิดการขายเพื่อรับค่าคอมมิชชัน โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีการปิดการขายโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบสินค้าดังกล่าว จึงเริ่มมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบพบว่า ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มีข้อมูลว่ามีการนำโทรศัพท์ออกไปหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 1-2 เครื่อง และเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาราว 2 เดือน ทำให้เมื่อรวมมูลค่าความเสียหายแล้วอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท

นายเก่ง ระบุว่า หากบริษัทตรวจไม่พบความผิดปกติดังกล่าว ความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นอีก และพนักงานคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเหตุการณ์นี้ทำให้พนักงานบางรายที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์และขยันเกิดความเครียดถึงขั้นร้องไห้ เพราะกังวลว่าจะต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่ตนเองไม่ได้ก่อ

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์หลังคลิปถูกเผยแพร่ นายเก่ง กล่าวว่า ความคิดเห็นแบ่งออกเป็น 2 ทิศทาง บางส่วนตัดสินจากคลิปที่เห็นทันที ขณะที่อีกส่วนเข้าใจว่าเป็นเพียงคอนเทนต์ หรือเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ของคู่รักที่มีปากเสียงกัน

นายเก่ง ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่คอนเทนต์หรือการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อขายของ พร้อมระบุว่าได้ชี้แจงรายละเอียดในช่องทางของตัวเองแล้ว

ส่วนแนวทางดำเนินการหลังจากนี้ ในเรื่องค่าเสียหาย มีการนำเงินเข้ามาชดเชยแล้วบางส่วน และบริษัทจะบันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้ ขณะที่เรื่องทางกฎหมายจะให้ทีมทนายเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับมาตรการป้องกันภายในบริษัท ยังคงใช้ระบบเดิม เนื่องจากมีการตรวจสอบและเช็กสต็อกสินค้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ผู้ประกอบการควรดำเนินการอย่างรัดกุม เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าหายไปเมื่อใด และหายไปจากขั้นตอนใด

นายเก่ง ยังฝากเตือนผู้ประกอบการว่า ไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าบุคคลแต่ละคนเป็นอย่างไร จึงควรให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยภายในองค์กร รวมถึงตรวจนับสต็อกสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

พร้อมย้ำว่า ความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงานต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับบริษัทเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ เรื่องทางกฎหมายทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทีมทนาย ส่วนเงินที่มีการนำมาชดเชยแล้ว บริษัทจะบันทึกไว้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ