โอ้โหใครจะไปคิด! เปิดพฤติกรรมใช้เงินสีกาเอ๋ เคยติดแบล็กลิสต์ ก่อนมีเงินก้อนใช้ไม่ธรรมดา
โอ้โหใครจะไปคิด! เปิดพฤติกรรมใช้เงินสีกาเอ๋ เคยติดแบล็กลิสต์ ก่อนมีเงินก้อนใช้ไม่ธรรมดา
ข่าวสังคม - โซเชียล

โอ้โหใครจะไปคิด! เปิดพฤติกรรมใช้เงินสีกาเอ๋ เคยติดแบล็กลิสต์ ก่อนมีเงินก้อนใช้ไม่ธรรมดา

ฟังข่าวนี้

จากกรณี ตำรวจกองปราบปราม (CIB) เข้าจับกุม ทิดโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังถูกดำเนินคดีทุจริตเงินวัด ทั้งการยักย้ายถ่ายโอนเงินและเบียดบังทรัพย์สินของรัฐ รวมถึงพบพฤติกรรมมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับสีกาภายในกุฏิ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยภายในบ้านพบทรัพย์สินจำนวนมาก ประกอบด้วยพระเครื่องเนื้อทองคำ ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 90 บาท คิดเป็นมูลค่า 6,037,470 บาท เงินสดอีก 3,592,300 บาท รวมถึงโฉนดที่ดินและสลากออมสิน

ล่าสุด 12 กันยายน 2569 เพื่อนบ้านของสีกาเอ๋ เปิดเผยว่า เคยพบหน้าเจ้าตัวอยู่บ้าง แต่สีกาเอ๋ไม่ค่อยกลับมาที่บ้าน ก่อนหน้านี้เคยใช้รถกระบะเก่า กระทั่งภายหลังเปลี่ยนมาใช้รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายแดง

เพื่อนบ้านยังระบุด้วยว่า สีกาเอ๋ซื้อบ้านหลังดังกล่าวไว้ก่อนที่ตนจะย้ายเข้ามาอยู่ในปี 2562 และต่อมาทราบว่าเจ้าตัวซื้อบ้านเพิ่มอีก 1 หลัง รวมเป็นทั้งหมด 2 หลัง แต่ไม่ค่อยกลับมาพักอาศัย ส่วนการใช้ชีวิตโดยทั่วไปก็ดูเป็นปกติ ไม่พบสิ่งใดผิดสังเกต

ส่วนแม่ของสีกาเอ๋ เคยให้ข้อมูลว่า แม่ของสีกาเอ๋เคยเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวถูกอดีตสามีหลอกจนสูญเงินไปกว่า 30 ล้านบาท ทำให้ล้มละลายและหมดเนื้อหมดตัว ก่อนที่ฝ่ายชายจะนำเงินไปใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาใหม่ ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน และลูกชาย 1 คน โดยลูกชายอยู่ในความดูแลของบิดา และเคยมาบวชที่วัดพุทไธศวรรย์ ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน อาศัยอยู่กับแม่ของสีกาเอ๋

เคยเห็นสีกาเอ๋ใช้รถกระบะเก่ามาก่อน ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ป้ายแดง ซึ่งแม่ของสีกาเอ๋เคยบอกว่า ลูกสาวนำเงินสดจำนวน 1.4 ล้านบาท ไปซื้อรถทั้งคัน ส่วนเหตุผลที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการถูกฟ้องร้องและติดแบล็กลิสต์ ทำให้ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อได้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการซื้อบ้าน โดยบ้านหลังแรกไม่สามารถซื้อในชื่อของสีกาเอ๋ได้ จึงใช้ชื่อมัคทายกวัดพุทไธศวรรย์เป็นผู้ทำสัญญาแทน ช่วงแรกมีการผ่อนชำระตามปกติ แต่เจ้าตัวทยอยจ่ายเงินในแต่ละครั้งตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท กระทั่งสามารถปิดหนี้บ้านได้ภายในเวลาประมาณ 3–4 ปี ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติ

ส่วนบ้านหลังใหม่ เพิ่งซื้อมาได้ประมาณเกือบ 1 ปี แต่มีการชำระเงินจนหมดแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ