จากกรณีคนไข้โรคไตระยะสุดท้ายรายหนึ่ง เดินทางไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อขอใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิและขั้นตอนปกติ ซึ่งจะต้องดำเนินการทุก 3 เดือน แต่ปรากฏว่าแพทย์กลับไม่ยอมออกใบส่งตัวให้ พร้อมทั้งมีการด่าทอและต่อว่าคนไข้
แม้คนไข้จะเดินทางกลับออกจากคลินิกแล้ว เหตุการณ์กลับไม่จบลงเพียงเท่านั้น เนื่องจากแพทย์ยังมีการโทรศัพท์และส่งข้อความติดตาม รวมถึงใช้ถ้อยคำในลักษณะดูถูกเหยียดหยาม ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเบื้องต้นพบว่าแพทย์คนดังกล่าวปฏิบัติงานอยู่ในหลายโรงพยาบาล
ล่าสุด นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เข้าไปพูดคุยกับแพทย์คนดังกล่าว รวมถึงอาม่าของแพทย์ เพื่อหารือและทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยอาม่าของแพทย์ได้กล่าวขอโทษแทนลูก พร้อมยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยระบุว่า
“อาม่าขอโทษแทนลูก ที่ลูกทำตัวไม่ถูกต้อง อาม่ากราบขอโทษประชาชนทุกคนและทุกองค์กรที่ลูกเข้าไปก้าวก่ายไป อาม่าขออภัยและขอความกรุณาให้ช่วยเหลือตักเตือนสั่งสอนกันไป”
นอกจากนี้ อาม่ายังได้กล่าวถึงการรักษาพยาบาลผ่านสิทธิบัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยชื่นชมว่าสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่ดี พร้อมเปิดเผยว่าอาม่าเองก็ใช้สิทธิบัตรทองเช่นกัน และเห็นว่าทั้งเรื่องยาและการบริการถือว่าดี
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดกระแสให้เกิดการตั้งคำถามถึงการปฏิบัติต่อผู้ป่วย รวมถึงการให้บริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป