โรงพยาบาลตากรุงเทพฉลองใหญ่! PRESBYOND 2.0 เทคโนโลยีแก้สายตายาวตามวัย ดูแลแล้วกว่า 1,000 ดวงตา เปิดประสบการณ์คนดังหลังรักษาจริง
โรงพยาบาลตากรุงเทพฉลองใหญ่! PRESBYOND 2.0 เทคโนโลยีแก้สายตายาวตามวัย ดูแลแล้วกว่า 1,000 ดวงตา เปิดประสบการณ์คนดังหลังรักษาจริง
ข่าวสังคม - โซเชียล

โรงพยาบาลตากรุงเทพฉลองใหญ่! PRESBYOND 2.0 เทคโนโลยีแก้สายตายาวตามวัย ดูแลแล้วกว่า 1,000 ดวงตา เปิดประสบการณ์คนดังหลังรักษาจริง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลตากรุงเทพ (EYE BANGKOK HOSPITAL: EBH) จัดงานฉลองความสำเร็จ หลังให้บริการแก้ไขปัญหาสายตายาวตามวัยด้วยเทคโนโลยี PRESBYOND 2.0 ครบกว่า 1,000 ดวงตา สะท้อนถึงประสบการณ์และความชำนาญของทีมจักษุแพทย์และบุคลากรในการดูแลผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านการแก้ไขค่าสายตาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวทางรักษาให้สอดคล้องกับลักษณะการมองเห็นและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้รับบริการแต่ละราย

แนวคิดสำคัญของ EBH คือ การดูแลสายตายาวตามวัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ไขค่าสายตา แต่ต้องพิจารณาปัจจัยของผู้รับบริการเป็นรายบุคคล ทั้งอายุ ลักษณะการมองเห็น ตลอดจนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน รวมถึงการขับรถและกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการมองเห็นในระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล

หมอคริส กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ด้านสุขภาพไม่ได้มุ่งเพียงการมีอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เมื่อผู้คนมีอายุยืนขึ้นและยังคงทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง สุขภาพสายตาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

โดยพฤติกรรมในยุคปัจจุบันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสายตา เนื่องจากผู้คนต้องใช้สายตาเป็นเวลานาน ทั้งจากการทำงาน การอ่าน และการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ส่งผลให้เกิดอาการตาล้าและรู้สึกว่าสายตาไม่สามารถทนต่อการใช้งานหนักได้เหมือนเดิม ประกอบกับสภาพแวดล้อมและการขาดความรู้ในการดูแลสายตาอย่างถูกต้อง

สำหรับสัญญาณของ สายตายาวตามวัย ที่ควรเข้ารับคำปรึกษาจากจักษุแพทย์ ได้แก่ การมองระยะใกล้ไม่ชัด ต้องขยับวัตถุหรือหนังสือออกห่างเพื่อให้มองเห็น รวมถึงอาการเมื่อยล้าดวงตาและตาแห้ง ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสม

หมอคริสอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาปัญหาสายตาหลากหลาย ทั้งวิธีผ่าตัดและไม่ผ่าตัด เช่น การสวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ โดยการเลือกวิธีรักษาจำเป็นต้องพิจารณาจากปัญหาสายตาและความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะผู้รับบริการแต่ละคนมีลักษณะการมองเห็นและรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคนได้

ขณะที่ หมอเปา กล่าวว่า ในทางการแพทย์มีแนวทางดูแลผู้ที่มีปัญหาค่าสายตาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด โดยการทำเลสิกเป็นวิธีที่มีการใช้มาเป็นเวลานาน และโดยทั่วไปปัญหาสายตาที่พบมักเกี่ยวข้องกับการมองระยะใกล้และระยะไกล อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญคือการมองเห็นใน ระยะกลาง ซึ่งเป็นช่วงการมองเห็นที่ผู้รับบริการจำนวนหนึ่งต้องการแก้ไขเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับ PRESBYOND 2.0 เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับแก้ไขปัญหาสายตายาวตามวัย โดยหมอเปาระบุว่า จุดเด่นประการหนึ่งคือกระบวนการยิงเลเซอร์ที่รวดเร็วมาก โดยใช้เวลาเพียงช่วงสั้น ๆ ซึ่งช่วยลดความกังวลของผู้รับบริการระหว่างการรักษา และเพิ่มความรู้สึกมั่นใจในกระบวนการรักษา

หมอเปายังกล่าวว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีจากหลายค่ายที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตา แต่ PRESBYOND 2.0 เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับ และ EBH ได้นำมาใช้ประกอบกับประสบการณ์ของทีมจักษุแพทย์ในการประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละราย

ทั้งนี้ การพิจารณาว่าผู้ใดเหมาะสมกับการรักษาด้วย PRESBYOND 2.0 จำเป็นต้องเริ่มจากการประเมินปัญหาสายตา รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการด้านการมองเห็นเป็นสำคัญ โดยผู้ที่มีปัญหาสายตาหลายรูปแบบร่วมกัน เช่น สายตายาว สายตาสั้น และสายตาเอียง อาจมีทางเลือกในการรักษาที่แตกต่างกันตามผลการตรวจประเมิน

หมอคริสย้ำว่า อายุและภาวะของดวงตาเป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา โดยผู้ที่มีอายุมากและมีภาวะต้อกระจกอาจไม่เหมาะกับการทำเลสิก แต่ควรพิจารณาการผ่าตัดต้อกระจกตามความเหมาะสม ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรักษาจึงควรเข้ารับการตรวจและประเมินสายตาโดยจักษุแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ส่วนหมอเปาระบุว่า โดยทั่วไป PRESBYOND 2.0 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 40-60 ปี ขณะที่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวนมากอาจเริ่มมีภาวะต้อกระจกและจำเป็นต้องพิจารณาการรักษาในรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยตัดสิน ผู้รับบริการควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาและค่าสายตาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจประเมินเลสิกหรือ PRESBYOND 2.0 หากสวมคอนแทคเลนส์ควรหยุดใส่ล่วงหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้การตรวจค่าสายตาเป็นไปอย่างเหมาะสม ขณะที่หลังเข้ารับการรักษา โดยทั่วไปสามารถพักฟื้นประมาณ 1 วัน ก่อนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจและคำแนะนำของจักษุแพทย์แต่ละราย

EBH ระบุว่า การให้บริการ PRESBYOND 2.0 ครบกว่า 1,000 ดวงตา ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้รับบริการเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประสบการณ์ที่ทีมแพทย์และบุคลากรได้สั่งสมจากการดูแลผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามวัย ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านค่าสายตา ลักษณะการมองเห็น และความต้องการในการใช้ชีวิต

กล่าวได้ว่า กว่า 1,000 ดวงตา เปรียบเสมือนประสบการณ์จากผู้รับบริการกว่า 500 รูปแบบการมองเห็น และกว่า 500 ความต้องการในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยพัฒนาความชำนาญของทีม ตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินความเหมาะสม การทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้สายตา ไปจนถึงการวางแผนแนวทางการรักษาร่วมกับจักษุแพทย์

ภายในงานฉลองความสำเร็จครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารและผู้แทนจาก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ และ บริษัท คาร์ล ไซส์ จำกัด ร่วมแสดงความยินดีและมอบโล่ในโอกาสสำคัญ นำโดย พญ.อาภรณ์ ไชยเครื่อง CEO, ณิชชา จิรศาสตร์ Co-CEO, สันตพงศ์ หิรัญสูตร์ Head of Lasik Center โรงพยาบาลตากรุงเทพ, ธีระพงษ์ บุญรอดชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์ล ไซส์ จำกัด, ฐาปกรณ์ จิตติเลิศวุฒิ Head of Sales and Service, Thailand Ophthalmology, ZEISS Medical Technology และ ซินดี้ ซิม Head of Refractive, Southeast Asia ร่วมในงาน

นอกจากข้อมูลด้านการรักษา ภายในงานยังมีการบอกเล่าประสบการณ์จากผู้ที่เข้ารับบริการ PRESBYOND 2.0 โดย คุณนก ยลดา เปิดเผยว่า ก่อนเข้ารับการรักษา ทีมงานได้แนะนำให้มีผู้ติดตามมาด้วยเพื่อความปลอดภัยหลังการทำ แต่ภายหลังการรักษาเจ้าตัวระบุว่าไม่พบปัญหาหรือผลข้างเคียงที่สร้างความกังวล ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเข้ารับการรักษาคือ ต้องการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตา และไม่ชอบความยุ่งยากจากการต้องหยิบแว่นขึ้นมาใส่ระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หลังได้รู้จัก PRESBYOND 2.0 ที่โรงพยาบาลตากรุงเทพจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษา คุณนกยังเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังการรักษาว่า เมื่อตื่นนอนรู้สึกว่าดวงตาใส และไม่มีขี้ตาเหมือนที่ผ่านมา

ด้าน คุณเท่ห์ อุเทน เล่าประสบการณ์ว่า วันที่เข้ารับการรักษาเดินทางมาพร้อมกับ คุณชมพู โดยก่อนหน้านั้นได้มีการชวนกันที่สนามตีกอล์ฟ หลังออกจากห้องเลเซอร์ คุณเท่ห์ลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่าน และพบว่าสามารถอ่านตัวหนังสือขนาดเล็กที่ก่อนหน้านี้อ่านไม่ได้โดยไม่ต้องใส่แว่น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คุณชมพูที่มาด้วยกันในวันนั้นตัดสินใจเข้ารับการรักษาในทันที

คุณเท่ห์กล่าวถึงความรู้สึกก่อนและหลังการรักษาว่า แม้โดยทั่วไปการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียดหรือตื่นเต้น แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวล พร้อมเปรียบเทียบกับประสบการณ์การทำหมันที่เคยรู้สึกกลัวและตื่นเต้นมากกว่า ขณะที่หลังการทำเลเซอร์ เจ้าตัวระบุว่าไม่รู้สึกเจ็บหรือแสบตา

ขณะที่ คุณชมพู ฟรุตตี้ เปิดเผยว่า เดิมมีปัญหาสายตายาวตามวัย โดยค่าสายตาเพิ่มจากประมาณ 150 ไปจนถึง 250 อีกทั้งสายตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ทำให้เกิดปัญหาการมองเห็นที่รู้สึกว่าดวงตาซ้ายและขวาไม่สมดุลกัน

หลังเข้ารับการรักษา คุณชมพูระบุว่า ความฟุ้งของภาพที่เคยมีลดลงอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นได้ทั้งระยะใกล้และระยะไกล รวมถึงการขับรถในเวลากลางคืนที่รู้สึกว่าภาพไม่ฟุ้ง และสามารถกะระยะได้ดีขึ้น

ในช่วงท้ายคุณชมพูยังกล่าวติดตลกว่า ในวันที่เข้ารับการรักษาได้เตรียมยาพาราเซตามอลมาด้วย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ เนื่องจากไม่รู้สึกเจ็บหรือปวด พร้อมประเมินประสบการณ์การรักษาครั้งนี้ในความรู้สึกส่วนตัวว่าให้คุณภาพเต็ม 100%

ความสำเร็จในการดูแลผู้รับบริการด้วย PRESBYOND 2.0 ครบกว่า 1,000 ดวงตา จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโรงพยาบาลตากรุงเทพ โดย EBH ยังคงเดินหน้าพัฒนาการดูแลด้านการแก้ไขค่าสายตาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานระหว่างประสบการณ์ของทีมจักษุแพทย์ เทคโนโลยี PRESBYOND 2.0 และการทำความเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้รับบริการ เพื่อให้การประเมินและวางแผนการรักษามุ่งตอบโจทย์การมองเห็นของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลปัญหาสายตายาวตามวัย ประสบการณ์กว่า 1,000 ดวงตาของ EBH จึงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการพิจารณา ขณะเดียวกันหัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การมองเพียงตัวเลขค่าสายตา แต่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจว่า ผู้รับบริการมองเห็นอย่างไร และต้องการใช้สายตาเพื่อใช้ชีวิตในรูปแบบใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ