ตราดเดือด! ตำรวจน้ำแกะรอยเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัย ยึดอาวุธสงครามล็อตใหญ่ จับ 1 ราย
ตราดเดือด! ตำรวจน้ำแกะรอยเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัย ยึดอาวุธสงครามล็อตใหญ่ จับ 1 ราย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ตราดเดือด! ตำรวจน้ำแกะรอยเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัย ยึดอาวุธสงครามล็อตใหญ่ จับ 1 ราย

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) เปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดตราด หลังได้รับข้อมูลว่าจะมีการใช้เรือออกไปรับสิ่งของผิดกฎหมายจากกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ กระทั่งสามารถตรวจยึดอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก 1 รายอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปได้

ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร และ พ.ต.ท.สุภัทรชัย ศิริธรรม รอง ผกก.5 บก.รน. รวมถึง พ.ต.ท.เทพรัตน์ ถมฉิมพลี ต้นปืน (สบ 3) กรต.บก.รน. ช่วยราชการ กก.5 บก.รน. และ พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน. นำกำลังตำรวจ ส.รน.5 กก.5 บก.รน. เข้าดำเนินการ

การสืบสวนเริ่มต้นจากตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 หลังได้รับเบาะแสจากสายลับว่า จะมีการนำเรือสปีดโบ๊ทออกจากท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนนำกลับเข้าฝั่ง

ข้อมูลดังกล่าวถูกรายงานต่อ พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ ก่อนสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 ออกสนับสนุนภารกิจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทางบกพบเรือสปีดโบ๊ทสีขาว-น้ำเงิน ไม่มีชื่อและไม่มีหมายเลขทะเบียน ลักษณะตรงกับข้อมูลที่ได้รับ กำลังแล่นออกจากท่าเทียบเรือมุ่งหน้าสู่ทะเลไปทางเกาะกูด เจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบ พบว่าบนเรือมีบุคคลอยู่ 2 คน จึงรายงานความเคลื่อนไหวให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

กระทั่งเวลาต่อมา พบเรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าวแล่นกลับเข้าฝั่ง โดยยังคงมีบุคคลอยู่บนเรือ 2 คน และมุ่งหน้ากลับมายังท่าเทียบเรือดิเรก ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ออกเรือไป เจ้าหน้าที่จึงเตรียมกำลังทั้งทางบกและทางน้ำเข้าตรวจสอบ

เมื่อเรือเป้าหมายแล่นเข้ามาเทียบกับเรือประมงที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและเข้าควบคุมเรือทันที ภายในเรือพบชาย 1 ราย กำลังผูกเชือกเรือและมีท่าทีต้องสงสัย จึงเข้าตรวจค้น ทราบภายหลังคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 51 ปี สัญชาติไทย

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบกระสอบหลายใบพันด้วยกระดาษกาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องหัวเรือและระวางใต้ท้องเรือ เมื่อเปิดตรวจสอบพบของกลางเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนอาก้า หรือ AK-47 จำนวน 2 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มม. จำนวน 23,640 นัด, เครื่องกระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด และแมกกาซีนปืน AK-47 จำนวน 102 อัน

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเรือยนต์สปีดโบ๊ทสีขาว-น้ำเงิน ไม่มีชื่อและหมายเลขทะเบียน ขนาด 3.37 ตันกรอส ติดเครื่องยนต์ Yamaha ขนาด 225 แรงม้า จำนวน 1 ลำ พร้อมเทรลเลอร์ลากเรือ รวมถึงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO Y19S ซึ่งเป็นของนายเอ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ ให้การว่า ตนเองและนายศักรินทร์ฯ หรือตู่ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ท ได้รับว่าจ้างให้ออกเรือไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยขณะรับงานไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นอะไร

นายเอ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สิ่งของทั้งหมดได้รับมาจากชาวกัมพูชาที่ขับเรือนำของมาส่งกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด จากนั้นตนเองและผู้ร่วมเดินทางจึงนำเรือกลับเข้าฝั่งมายังท่าเทียบเรือในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ออกเรือ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหานายเอ รวม 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกับพวกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกับพวกครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้เรือที่ไม่ได้รับใบอนุญาตใช้เรือตาม พ.ร.บ.เดินเรือฯ มาตรา 9 (ฉ.6) พ.ศ.2535 และทำการในเรือในตำแหน่งที่กำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยไม่ได้รับประกาศนียบัตร ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 282 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14)

หลังรับทราบสิทธิและข้อกล่าวหา นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ตำรวจเร่งติดตามนายศักรินทร์ฯ หรือตู่ มาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ภารกิจจะไม่หยุดอยู่เพียงการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดอาวุธสงคราม เนื่องจากของกลางที่พบมีทั้งปืน AK-47 เครื่องกระสุนจำนวนมาก และแมกกาซีนจำนวน 102 อัน จึงเตรียมขยายผลสืบสวนหาต้นทางของอาวุธ รวมถึงผู้จัดหา ผู้ว่าจ้าง ผู้ลำเลียง และปลายทางของอาวุธดังกล่าว เพื่อสาวไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ