เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักประชาธิปไตย คนดังในขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพตส์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก สมบัติ บุญงามอนงค์ โดยระบุว่า ผมเลือกที่จะส่งข้อความส่วนตัวไปถึงคู่กรณีเพราะผมเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเราสองคนในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน และมีเนื้อหาค่อนข้างละเอียดอ่อน อีกทั้งเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ฝ่ายคู่กรณีที่กล่าวถึงผมมาก่อนหน้านี้เป็นในทางที่หมิ่นเหม่ว่าจะเป็นการล่อลวง บังคับขืนใจ ผมจึงเลือกที่จะแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงเพื่อให้เธอได้ทบทวนและผมเชื่อว่าเมื่ออ่านข้อความผมแล้วเธอจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ หรือถ้าคู่กรณีจะโต้แย้งข้อเท็จจริง ผมก็จะได้อธิบายเพิ่มเติมจนเราทั้่งสองนิ่งที่ข้อเท็จจริงก่อนแล้วจึงค่อยมาดูว่าภายใต้ข้อเท็จจริงนั้นมีความผิดพลาดอะไรที่ต้องรับผิดชอบหรือเรียนรู้บ้าง
ผมขอบคุณคู่กรณีที่อโหสิกรรมเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากได้อ่านข้อความนั้นของผม และผมยอมรับว่าการจบความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นความผิดของผมโดยลำพัง จึงได้กล่าวคำขอโทษและยอมรับความผิด
แต่กรณีที่มีคนไปเขียนว่าผมข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่เกินจริงและไม่เป็นความจริง คู่กรณีทั้งสองล้วนบรรลุนิติภาวะ ต่างคนต่างเคยมีคู่รักกันมาก่อน และพูดคุยกันก่อนอย่างชัดเจนว่าจะมีการขับรถไปรับที่บ้านและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว และระหว่างที่คบหากันไม่มีการบังคับหรือมีท่าทีใด ๆ ที่จะเข้าข่ายการขืนใจ ส่วนเรื่องการหย่าร้างของผมกับอดีตภรรยาคู่กรณีย่อมรับทราบ และหลังจากเลิกคบหากันก็ยังได้มีการทักทายพูดคุยกันปกติตามที่ชุมนุมทางการเมืองอยู่หลายครั้ง
ประเด็นข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นชัดตั้งแต่คู่กรณีนำแชทส่วนตัวของผมที่เขียนถึงเธอโพสต์ขึ้นหน้าเฟสบุ๊ก และเจ้าตัวไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงและได้ประกาศขอยุติการสื่อสารถึงเรื่องนี้ แน่นอนว่าผมในฐานะผู้ชายที่เมื่อปี 49 ผมยังไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักอะไรจากสังคมภายนอกยกเว้นคนในแวดวงกันเอง ผมไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ใด ๆ ที่ใช้อำนาจนำ มากไปกว่าความสัมพันธ์ที่เธอมักติดตามไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองแล้วพัฒนาต่ออย่างที่ทุกคนเข้าใจ
การตัดสินใจคบหากันเกิดขึ้นจากการพูดคุยทาง MSN เธออยู่บ้าน ผมอยู่อีกบ้านหลังหนึ่ง เมื่อตกลงแล้วจึงขับรถไปรับ ไม่มีการใช้อำนาจใด ๆ ชี้นำอย่างที่บางคนอ้างทฤษฏีทางอำนาจ เธอไม่ได้ช่วยงานที่มูลนิธิฯ ไม่ได้เป็นอาสาสมัคร ไม่ได้เงินค่าตอบแทน ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับองค์กร เพียงแค่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองในช่วงปี 49 แล้วตอนนั้นผมนั่งทำงานอยู่ที่มูลนิธิฯ
ใช่ครับผมผิด แต่ก็ผิดที่ปิดจบความสัมพันธ์แบบไร้ความรับผิดชอบ จะเรียกว่าเฮงซวยก็ใช่ แต่ผมไม่ใช่อาชญากร ผมเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกับคนทั่วไปมีความผุๆพัง ๆ ไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่บางคนคาดหวัง การคบหาและเลิกรากันเกิดขึ้นเป็นวงจรความสัมพันธ์กับคู่ต่าง ๆ และก็เกิดขึ้นกับผมและเธอ
ผมต้องขอโทษคู่กรณีที่เขียนข้อความนี้สู่สาธารณะผมไม่มีเจตนารังควานใด ๆ แต่ผมต้องการให้ข้อเท็จจริงนี้ชัดเจน ส่วนสังคมจะตัดสินใจจากเรื่องนี้อย่างไรให้เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน แต่ขอให้อยู่บนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ก่อน และผมจะก้มหน้ารับเสียงวิจารณ์จากเรื่องราวความสัมพันธ์นี้ของผมที่ก่อไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้วในวันนี้