เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก บ้านพิพิธภัณฑ์ บรมนาถสถิต ได้โพสต์คลิปโจรเข้ามาลักขโมยของ พร้อมข้อความระบุว่า ผ่านไป 1 เดือนเศษ ที่บ้านพิพิธภัณฑ์บรมนาถสถิต ถูกโจรงัดเข้ามา แต่ด้วยผมได้วางระบบเบื้องต้นไว้ ด้วยระบบกันขโมยเบื้องต้น โจรจึงหนีออกไป (คลิปเพิ่มเติมในคอมเมนต์ครับ) โจรใช้เวลาในบริเวณบ้านอยู่ 45 นาที โดยช่วง ตี 2.15 โจรพร้อมมีด ได้เข้ามาบริเวณหน้าระเบียง มีไฟติดขึ้นก่อน เมื่อพบความเคลื่อนไหวและส่งสัญญาณมาที่ห้องนอน ผมจึงดูกล้องวงจรปิด เห็นโจรหนีออกไป จากจุดหน้าระเบียง จึงโทรฯ แจ้ง โรงพักสารภี ซึ่งห่างจากบ้าน 1.6 กิโลเมตร
ผมเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เพื่อขอเจ้าหน้าที่มาดู สิบเวร บอกว่า โจรน่าจะไปแล้ว ให้มาแจ้งความตอนเช้า ผมก็ได้แต่ทำใจ แต่ก็ยังไม่ได้นอน จนกระทั่งเกือบตี 3 สัญญาณกันขโมยดังขึ้น ผมจึงดูกล้อง เห็นโจรคนเดิม เข้ามาทางระเบียงด้านหน้าบ้าน ที่ไฟเปิดอยู่ในครั้งแรก แล้วงัดหน้าต่างเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ เมื่อสัญญาณดัง จึงปีนออกมา แล้วหายไปจากกล้อง ผมจึงโทรฯ 191 ซึ่งมาถึงในประมาณไม่เกิน 5 นาที เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ไม่พบโจรในบริเวณภายในและภายนอกบ้านแล้ว จึงให้ผมไปแจ้งความในตอนเช้า โดยนำกล้องวงจรปิดไปด้วย ซึ่งภาพไม่ชัดเจนนัก เพราะสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้าคืนนั้น ถ้าโรงพักสารภีส่งเจ้าหน้าที่มา อาจจะจับโจรได้แล้ว เพราะโจรใช้เวลางัดหน้าต่างด้านข้างอยู่ 40 นาที แล้วจึงย้ายมางัดด้านหน้าบ้าน

1 เดือนกว่า ที่รอความคืบหน้าของคดี ผมจึงได้ดำเนินการติดเหล็กดัดหน้าต่าง ประตู ทั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ และที่พักอาศัย พร้อมทั้งติดไฟแสงสว่างเพิ่ม ติดกล้องอีก 8 ตัว สัญญาณกันขโมยอีกหลายจุด อีกสิ่งหนึ่งที่ ต้องกล่าวถึง คือ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านผู้กำกับเอนก พัทยา ได้กรุณาประสาน ท่าน สวป.เจมส์ สารภี ให้ และได้มาติดตู้แดง เพื่อป้องปรามเบื้องต้นให้แล้ว ส่วนเรื่องคดี ก็คงเป็นไปตามระบบครับ แต่ก็ยังอยู่ในความหวาดระแวง เพราะคดีไม่คืบหน้าเลย และผมก็หมดปัญญาจะทำอะไรมากกว่านี้แล้ว

เหนื่อยครับ สงสารตัวเอง สงสารครอบครัว ที่ต้องนอนหวาดผวา มาตลอด 1 เดือน และคงกังวลไปอีกยาวนาน ใจหนึ่งบอกตรงๆ ครับ อยากจะเลิกทำ เพราะนอกจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐเลยแม้แต่หน่วยงานเดียว เรากลับต้องมาผจญกับความเสี่ยง ที่เป็นที่หมายตาของโจรอีกด้วย แต่ก็ต้องสู้กันต่อไปครับ เมื่อตั้งใจแล้ว ก็ขอลองสู้อีกครั้ง ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ก็ค่อยมาตัดสินใจอีกทีว่าจะเอาอย่างไร หวังพึ่งบารมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ก็ไม่รู้จักใครที่นี่เลย คงต้องสู้ไปโดยลำพัง ป้องกันตัวเองด้วยตัวเองไปจนสู้ไม่ไหว ก็ค่อยมาว่ากันครับ