รู้แล้วยิ่งตกใจ! เปิดค่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ปมแม่อ้างถูกลูกพาไปทิ้ง
รู้แล้วยิ่งตกใจ! เปิดค่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ปมแม่อ้างถูกลูกพาไปทิ้ง
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้วยิ่งตกใจ! เปิดค่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ปมแม่อ้างถูกลูกพาไปทิ้ง

ฟังข่าวนี้

จากกรณี รายการโหนกระแส เปิดพื้นที่ให้คุณแม่รายหนึ่งเข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวไปฝากไว้ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โดยไม่สมัครใจเป็นเวลานานกว่า 2 ปีครึ่ง พร้อมเล่าว่าระหว่างอยู่ที่ศูนย์ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับให้รับประทานยา ก่อนพยายามหาทางติดต่อญาติเพื่อขอความช่วยเหลือ จนสามารถออกจากศูนย์ได้ในที่สุด

คุณแม่รายดังกล่าวเล่าว่า ช่วงแรกถูกลูกชายพาเพื่อนมารับตัว โดยลูกชายยอมจ่ายค่าดูแลเดือนละ 30,000 บาท ก่อนพาไปฝากไว้ที่ศูนย์ เมื่อเดินทางไปถึง อ้างว่าถูกจับแก้ผ้า บังคับให้กินยานอนหลับ ใส่แพมเพิร์ส และใช้กุญแจมือล็อกติดกับเตียง

นอกจากนี้ คุณแม่อ้างว่าถูกกักอยู่ภายในห้องประมาณ 1 เดือน โดยอาหารและน้ำถูกส่งผ่านช่องเหล็ก วันละ 3 มื้อ เนื่องจากภายในห้องไม่มีห้องน้ำ จึงต้องใช้ถังสำหรับขับถ่าย

ต่อมา คุณแม่อ้างว่าถูกย้ายไปอยู่บริเวณที่มีลักษณะเป็นห้องกั้นด้วยซี่เหล็ก มีผู้พักอาศัยอยู่รวมกันประมาณ 12 คน โดยเล่าว่ากิจวัตรในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. จะมีคนพาออกมานั่งบนเก้าอี้และมัดตัวติดกับเก้าอี้จนถึงประมาณ 16.00 น. ก่อนจะพากลับเข้าไปด้านใน และเมื่อถึงเช้าวันถัดไปก็จะทำเช่นเดิม โดยอ้างว่าใช้ชีวิตในลักษณะดังกล่าวประมาณ 1 ปี

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณแม่สามารถออกจากศูนย์ได้ เกิดขึ้นหลังมีผู้พักอาศัยรายหนึ่งขอใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อญาติ พร้อมเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์ ก่อนที่ญาติจะติดต่อกลับมายังศูนย์เพื่อขอรับตัวออกไป

จากนั้น คุณแม่อ้างว่าได้แอบนำหมายเลขโทรศัพท์ของน้องสาว ซึ่งในรายการเรียกว่า “อี๊” ส่งให้กับบุคคลดังกล่าว ก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปถึงน้องสาว ทำให้ครอบครัวสามารถติดต่อและดำเนินการพาตัวออกมาได้ แม้เจ้าตัวจะระบุว่าการออกจากศูนย์เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ด้านคุณแมว เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่รับดูแลคุณแม่ภัทร ได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงในรายการ โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ไปรับตัวคุณแม่ แต่ลูกชายเป็นผู้พามา และมีการติดต่อรถพยาบาลเอกชนเพื่อเดินทางมาส่ง

เจ้าของศูนย์ยืนยันว่าไม่มีการจับแก้ผ้าตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมอธิบายว่า หากเป็นผู้ป่วยจิตเวชจะมีการจัดให้อยู่ในห้องเดี่ยวแยกออกมา ส่วนกรณีของคุณแม่ภัทร ลูกชายแจ้งว่ามีปัญหาและเกิดการทำร้ายร่างกายกันภายในครอบครัว จึงนำมาฝากให้ทางศูนย์ช่วยดูแล

ส่วนกรณีที่คุณแม่ระบุว่าไม่ต้องการอยู่ที่ศูนย์ เจ้าของศูนย์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ระบุว่าหน้าที่ของทางศูนย์คือการรับดูแลตามที่ครอบครัวนำมาฝาก โดยคิดค่าดูแลเดือนละ 20,000 บาท และจัดให้อยู่ในห้องเดี่ยว พร้อมยืนยันว่าเคยผ่านการตรวจสอบจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และเปิดให้ทีมงานโหนกระแสเข้าตรวจสอบสถานที่ได้

สำหรับประเด็นที่คุณแม่ระบุว่าไม่มีห้องน้ำภายในห้องพัก คุณแมวชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีผู้ป่วยนำหมอนและที่นอนไปแช่น้ำ จึงจำเป็นต้องนำสิ่งของบางส่วนออก อย่างไรก็ตาม หากผู้พักต้องการเข้าห้องน้ำสามารถเรียกเจ้าหน้าที่เพื่อพาไปได้

ส่วนถังที่จัดเตรียมไว้ภายในห้อง เจ้าของศูนย์ระบุว่าเป็นอุปกรณ์สำรองในกรณีฉุกเฉิน หากผู้พักเรียกเจ้าหน้าที่ไม่ทัน ขณะที่การติดตั้งอุปกรณ์กั้นหรือป้องกันต่างๆ เจ้าของศูนย์อ้างว่าเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันผู้ป่วยทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ