วันที่ 3 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดซุ่มยิง ด.ต.ธีรศักดิ์ ดีรอด อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ นปพ.สภ.รือเสาะ ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจโต๊ะตาหยง จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเวลา 21.09 น. วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เกิดเหตุไว้ตั้งแต่ช่วงกลางคืน ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า
สำหรับอาการของ ด.ต.ธีรศักดิ์ หลังเกิดเหตุ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เบื้องต้นพบว่าถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดเฉี่ยวบริเวณคางด้านซ้าย 1 นัด ขณะที่บริเวณคอและหัวไหล่ขวาพบร่องรอยลักษณะคล้ายสะเก็ดกระสุนอีก 2 จุด ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แบ่งพื้นที่สำคัญออกเป็น 2 จุด โดยจุดแรกอยู่บริเวณระเบียงยกพื้นชั้นเดียวด้านซ้ายของบ้านพัก พบคราบเลือดตกอยู่บนพื้นจำนวนหนึ่ง และที่ราวเหล็กของเก้าอี้บริเวณระเบียงพบร่องรอยกระสุนปืนจำนวน 1 รู เจ้าหน้าที่จึงเก็บรายละเอียดดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนจุดที่ 2 อยู่ในพื้นที่ป่าสวนยางพาราฝั่งตรงข้ามบ้านพัก โดยมีคลองอยู่ระหว่างกลาง และอยู่ห่างจากระเบียงที่เกิดเหตุประมาณ 70 เมตร เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 ปลอก รวมทั้งพบร่องรอยเท้าคนร้ายเหยียบย่ำเป็นบริเวณกว้าง จึงรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ธีรศักดิ์อยู่ระหว่างการลาพักเป็นวันที่ 2 จึงชวนภรรยามานั่งรับประทานอาหารปิ้งย่างด้วยกันบริเวณระเบียง โดยมีสมาชิกครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ และลูก และขณะนั้น ด.ต.ธีรศักดิ์กำลังอุ้มบุตรสาววัย 9 เดือนอยู่
จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดติดต่อกัน พร้อมเสียงคล้ายกระสุนปืนกระทบกับเหล็ก ทำให้ ด.ต.ธีรศักดิ์รู้สึกแสบที่ปลายคางด้านซ้าย ก่อนพบว่ามีเลือดออกบริเวณคอและหัวไหล่ขวา เมื่อใช้มือคลำตรวจสอบและพบเลือดติดมือ จึงรู้ตัวว่าถูกคนร้ายมุ่งทำร้าย ก่อนบอกให้ภรรยารีบพากันเข้าไปหลบภายในบ้าน กระทั่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่องและเข้ามาช่วยเหลือ นำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะเพื่อรับการรักษา
ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผนปฏิบัติการที่คนร้ายนำมาใช้เพื่อปลิดชีพเจ้าหน้าที่กองกำลัง โดยเลือกวิธีดักซุ่มยิง เนื่องจากสามารถใช้กำลังพลจำนวนไม่มากในการก่อเหตุ และหลบหนีออกจากพื้นที่ได้สะดวกภายหลังลงมือ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นวิธีปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาระยะหนึ่งแล้ว และที่ผ่านมาเคยมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันหลายราย
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ