เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ศรีวนิชย์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาชี้แจงกรณีการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม หลังมีข้อสอบถามถึงเอกสารที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งมอบให้แก่ผู้ร้องขอ โดยยืนยันว่า เอกสารที่เปิดเผยเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่สามารถเปิดเผยต่อประชาชนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ระบุว่า เอกสารที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินำมาเปิดเผย ประกอบด้วยสำเนาหนังสืออนุญาตให้สร้างวัด ซึ่งออกโดยกรมการศาสนา รวมถึงมติมหาเถรสมาคมที่ให้ความเห็นชอบการตั้งวัด ภายหลังการดำเนินการก่อสร้างและจัดให้มีเสนาสนะครบถ้วนตามกระบวนการที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการตั้งวัดป่าอดุลยาราม เอกสารการขึ้นทะเบียนวัดในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตลอดจนประกาศของเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นเกี่ยวกับเขตการปกครองคณะสงฆ์ของวัดป่าอดุลยาราม
สำหรับขั้นตอนก่อนการอนุญาตสร้างวัดและการตั้งวัดนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา อธิบายว่า ต้องผ่านการพิจารณาหลายระดับทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายคณะสงฆ์ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของมหาเถรสมาคม
ด้วยเหตุนี้ เอกสารที่ถูกเปิดเผยจึงสะท้อนว่า การดำเนินการเกี่ยวกับวัดป่าอดุลยารามได้ผ่านกระบวนการตามขั้นตอนของทางราชการและคณะสงฆ์ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณาย้ำว่า หากกระบวนการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็จะไม่สามารถออกหนังสืออนุญาตให้สร้างวัด หรือดำเนินการจัดตั้งวัดตามขั้นตอนดังกล่าวได้
ส่วนเอกสารบางรายการที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้เปิดเผยนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐสามารถปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลบางประเภทได้ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีลักษณะเป็นความเห็นหรือคำแนะนำภายในของหน่วยงานที่ใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
สำหรับกรณี หนังสือถวายฎีกา ที่มีการกล่าวถึงนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ระบุว่า เข้าใจว่าอาจหมายถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นว่าเข้าข่ายข้อมูลประเภทความเห็นหรือคำแนะนำภายใน จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ตามข้อจำกัดของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การไม่เปิดเผยไม่ได้หมายความว่าเอกสารดังกล่าวเป็นความลับ แต่เป็นข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้มีข้อจำกัดในการเปิดเผยต่อสาธารณะ
กรณี น.ส.ชมมณี หรือ ป้าดา ซึ่งระบุว่าเอกสารที่ได้รับยังไม่ตรงกับความต้องการนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ชี้แจงว่า ในคำร้องเดิมมีการระบุในภาพรวมว่า ต้องการเอกสารก่อนการตั้งวัดและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม ดังนั้นสำนักงานจึงได้รวบรวมและมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องและอยู่ในข่ายที่สามารถเปิดเผยได้ให้ตามคำร้อง
ส่วนข้อสอบถามเกี่ยวกับ ผังการก่อสร้างวัด นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ระบุว่า หากผู้ร้องต้องการเอกสารประเภทดังกล่าว ควรระบุรายละเอียดในคำขอให้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากเอกสารหรือกระบวนการบางส่วนอาจอยู่ในลักษณะข้อมูลภายใน ขณะที่สำนักงานได้ดำเนินการเปิดเผยเฉพาะข้อมูลข่าวสารของราชการที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับการเปิดเผยข้อมูล หรือเห็นว่าได้รับเอกสารไม่ครบถ้วนตามสิทธิ สามารถใช้ช่องทางตามกฎหมายยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้พิจารณาได้ ถือเป็นกลไกที่กฎหมายเปิดไว้สำหรับตรวจสอบข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปารีณา ยังกล่าวถึงฐานข้อมูลทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ปัจจุบันมีการบันทึกข้อมูลวัดป่าอดุลยารามไว้ในระบบแล้ว และประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายด้าน Open Data ของภาครัฐ
พร้อมย้ำว่า การที่วัดป่าอดุลยารามมีข้อมูลปรากฏอยู่ในระบบทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สะท้อนว่าได้ผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องจนสามารถขึ้นทะเบียนได้ โดยหากการดำเนินการไม่เป็นไปตามขั้นตอน ก็คงไม่สามารถมีชื่อวัดอยู่ในระบบทะเบียนดังกล่าวได้
ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวัดป่าอดุลยารามดำเนินการภายใต้กรอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ และเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่กฎหมายอนุญาต ขณะที่ผู้ที่ต้องการตรวจสอบหรือคัดค้านการเปิดเผยข้อมูล ยังสามารถใช้สิทธิตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดได้ต่อไป