งานเข้าเต็มๆ! จนท. ที่ดิน พลิกคดีแจ้งความจับ ผจก. มรดก ปมวัดป่าอดุลยาราม
งานเข้าเต็มๆ! จนท. ที่ดิน พลิกคดีแจ้งความจับ ผจก. มรดก ปมวัดป่าอดุลยาราม
ข่าวสังคม - โซเชียล

งานเข้าเต็มๆ! จนท. ที่ดิน พลิกคดีแจ้งความจับ ผจก. มรดก ปมวัดป่าอดุลยาราม

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 น. นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการมรดกของ นายเฮียง พิมพ์ศรี กรณีแจ้งว่าโฉนดที่ดินสูญหายและยื่นคำขอออกใบแทน ทั้งที่ภายหลังมีการนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อสำนักงานที่ดิน

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นางบัวไข ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี ได้ยื่นขอคัดสำเนาโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ก่อนยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้รับการคัดค้านจาก พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทำให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบแล้วพบว่าโฉนดฉบับดังกล่าวยังมีอยู่จริง จึงยกเลิกกระบวนการออกใบแทน และแจ้งสิทธิให้ผู้จัดการมรดกสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน โดยดำเนินการแจ้งไปแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569

นายพงษ์สุวัจน์ เปิดเผยภายหลังเข้าแจ้งความว่า กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับ โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน ได้แก่ การดำเนินคดีกรณีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และ กระบวนการทางทะเบียนเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดให้เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม

สำหรับขั้นตอนปกติ หากประชาชนแจ้งว่าโฉนดที่ดินสูญหาย เจ้าหน้าที่จะรับคำร้องและบันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้พยานรับรอง 2 คน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการรับคำขอและประกาศเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาคัดค้านหรือโต้แย้ง

ในกรณีของวัดป่าอดุลยาราม เมื่อผู้จัดการมรดกยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดและอยู่ระหว่างการประกาศ 30 วัน ทางเจ้าอาวาสวัดได้เข้าคัดค้าน พร้อมนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อสำนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและพบว่าโฉนดดังกล่าวไม่ได้สูญหายตามที่มีการแจ้งไว้

นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวว่า เมื่อมีการแจ้งว่าโฉนดสูญหายและยืนยันข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ แต่ภายหลังมีผู้นำโฉนดฉบับจริงมาแสดง ก็ทำให้สำนักงานที่ดินเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว อาจเข้าข่ายการให้ข้อมูลหรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดในข้อหาใด บุคคลใดต้องรับผิด และมีความผิดในระดับใดนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและบทบัญญัติของกฎหมายต่อไป

ส่วนกระบวนการเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินให้เป็นของวัดป่าอดุลยารามนั้น นายพงษ์สุวัจน์ยอมรับว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นมีความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ จึงได้หารือกับกรมที่ดินเพื่อขอความชัดเจนและยืนยันแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน ขณะที่นักกฎหมายหลายฝ่ายยังมีความเห็นเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการแตกต่างกัน

ดังนั้น สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจึงต้องยึดระเบียบและหลักกฎหมายของกรมที่ดินเป็นหลัก พร้อมดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อโฉนด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง

สำหรับเอกสารหลักฐานที่วัดป่าอดุลยารามนำมาแสดงต่อสำนักงานที่ดินนั้น เจ้าพนักงานที่ดินระบุว่า ในส่วนของเอกสารประกอบถือว่ามีความเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนชื่อในโฉนดได้ทันที เนื่องจากยังต้องดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบข้อมูลประกอบอีกหลายรายการ

หนึ่งในรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างภายในวัด จำนวนพระภิกษุและสามเณร รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางทะเบียน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างครบถ้วน

ขณะเดียวกัน สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นยังต้องติดตามการใช้สิทธิของผู้จัดการมรดก ภายหลังมีคำสั่งยกเลิกกระบวนการออกใบแทนโฉนด โดยผู้จัดการมรดกยังมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วัน

จากนี้จึงต้องติดตาม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ คำยืนยันแนวทางจากกรมที่ดิน การดำเนินการตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และการใช้สิทธิอุทธรณ์ของผู้จัดการมรดก ซึ่งทั้งหมดจะเป็นขั้นตอนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเปลี่ยนชื่อโฉนดแปลงพิพาทให้เป็นชื่อของวัดป่าอดุลยารามต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ