เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่พระอุโบสถ วัดแม่คำ ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการวัด และคณะศรัทธาจาก 3 หมู่บ้าน เปิดเวทีประชุมด่วนเพื่อให้ พระมหาหน่อแก้ว อินทฺปัญโญ เจ้าอาวาสวัดแม่คำ ชี้แจงกรณีเงินในบัญชีของวัดสูญหายไปกว่า 8.7 ล้านบาท หลังมีการแจ้งว่าเงินดังกล่าวถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนออกไป
การประชุมครั้งนี้มี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน พร้อมทีมผู้บริหาร สภ.แม่จัน ได้แก่ พ.ต.ท.ภูริวัฒ รุจิรัฐภาส รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมเด่น แดงเครื่อง รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย รีอินทร์ สวป.(ชส.) รวมถึงกำลังสายตรวจ 191 เข้าร่วม
นอกจากนี้ยังมีฝ่ายปกครอง นำโดย นายบุญฤทธิ์ ใจงาม ปลัดอำเภออาวุโส นายวุฒิชฑฌ์ แก้วใส ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำนันตำบลแม่คำ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ตลอดจนคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลแม่คำ เทศบาลตำบลสายน้ำคำ คณะกรรมการวัด และตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมรับฟังการชี้แจง ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินของวัดที่สูญหาย
ฝ่ายสงฆ์มี พระครูอุปถัมภ์วรการ เจ้าคณะอำเภอแม่จัน เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูสุภัทรวรการ เจ้าคณะตำบลแม่คำ เขต 1 เข้าร่วมสังเกตการณ์
สำหรับกรณีดังกล่าว พระมหาหน่อแก้ว เจ้าอาวาสวัดแม่คำ ชี้แจงว่า ตนเองตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการหลอกลวงให้โอนเงินออกจากบัญชี รวมเป็นเงินกว่า 8.7 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีการทำธุรกรรมโอนเงินมากถึง 207 ครั้ง ไปยังบัญชีที่คาดว่าเป็นบัญชีม้ารวม 66 บัญชี
เจ้าอาวาสยังอ้างว่า เงินที่ถูกโอนไปดังกล่าวมีทั้งเงินส่วนตัวและเงินของวัด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สร้างความสงสัยและคำถามให้กับคณะกรรมการวัดและคณะศรัทธาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งมีการเปิดเผยเรื่องให้ชาวบ้านและคณะกรรมการได้รับทราบ
อีกประเด็นที่สร้างความคาใจ คือการทำธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว โดยชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า มีเพียงเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรที่รับรู้และเกี่ยวข้องกับการเบิกถอนและโอนเงิน ขณะที่มีการทำธุรกรรมมากถึง 207 ครั้ง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเงินของวัดถูกนำไปใช้หรือโอนไปในลักษณะใด
ภายหลังการชี้แจง คณะกรรมการวัดและชาวบ้านบางส่วนแสดงความไม่พอใจและไม่เชื่อมั่นต่อคำชี้แจง พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และมีบางส่วนเรียกร้องให้เจ้าอาวาสออกจากวัด เนื่องจากมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีหลายประเด็นที่ยังไม่กระจ่าง
ทั้งนี้ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งมานานกว่า 10 ปี หลังจากเจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพ แต่การเกิดเหตุเงินในบัญชีวัดสูญหายกว่า 8.7 ล้านบาท ได้ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของชาวบ้านอย่างมาก และทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นวงกว้าง
ด้าน พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินการของตำรวจ พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแกะรอยเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ รวมถึงตรวจสอบบัญชีปลายทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการวัดและผู้นำชุมชนเตรียมนัดหารือภายในเป็นการด่วน เพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงหาแนวทางการบริหารจัดการเงินของวัดต่อจากนี้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากคณะศรัทธา
สำหรับประเด็นเงินวัดแม่คำที่สูญหายกว่า 8.7 ล้านบาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเส้นทางการเงิน จึงต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป