มีรายงานเรื่องราวสุดสะเทือนใจของครอบครัว 3 ชีวิตในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังพี่ชายเรียนจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ แต่ตกงานและยังไม่สามารถหางานใหม่ได้ ขณะที่แม่วัย 58 ปี ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้ครอบครัวขาดรายได้ น้ำและไฟฟ้าถูกตัดมานานประมาณ 2 เดือน จนสองพี่น้องต้องออกตระเวนคุ้ยถังขยะตามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาเศษอาหารกลับไปประทังชีวิตทั้ง 3 คน
นายบี (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 เปิดเผยว่า ภายในบ้านพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย แม่ พี่ชาย และตนเอง โดยก่อนหน้านี้พี่ชายเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว แต่ระยะหลังตกงานและพยายามสมัครงานหลายแห่งแล้ว แต่ยังไม่มีที่ใดรับเข้าทำงาน ขณะที่แม่ประสบอุบัติเหตุถูกรถซาเล้งเฉี่ยวชน ประกอบกับมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงไม่สามารถทำงานได้
เมื่อไม่มีรายได้เพียงพอ ครอบครัวจึงค้างค่าน้ำและค่าไฟจนถูกตัดมาประมาณ 2 เดือน ทำให้ทั้ง 3 คนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พี่ชายจึงชวนนายบีออกไปตระเวนหาเศษอาหารตามถังขยะหน้าร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริเวณที่เดินผ่าน เพื่อนำกลับมาแบ่งกันรับประทานในครอบครัว
นายบี กล่าวว่า ทั้งตนและพี่ชายเพิ่งเริ่มทำเช่นนี้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยไม่ได้ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร เพียงต้องการหาอาหารประทังชีวิตไปก่อนระหว่างรอให้มีงานทำ แม้จะรู้ว่าอาหารจากถังขยะไม่สะอาด แต่ในสถานการณ์ที่ครอบครัวไม่มีเงินซื้ออาหาร จึงมองว่าเป็นสิ่งที่พอช่วยให้ทุกคนมีอาหารรับประทานได้
ที่ผ่านมา สองพี่น้องสามารถหาอาหารจากถังขยะได้เพียงพอสำหรับรับประทานทั้ง 3 มื้อ โดยแบ่งกันภายในครอบครัว นายบีระบุว่า ไม่ได้คิดจะไปขอข้าววัด เพราะมองว่าการหาอาหารด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร และเป็นเพียงการประทังชีวิตชั่วคราวจนกว่าจะหางานได้
ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ภายในบ้านหลังถูกตัดน้ำและไฟฟ้า นายบีบอกว่า แม้จะสร้างความลำบาก แต่ครอบครัวเริ่มปรับตัวได้แล้ว โทรศัพท์มือถือจะออกไปหาที่ชาร์จไฟด้านนอก ส่วนอินเทอร์เน็ตก็อาศัย Wi-Fi ฟรี ขณะที่น้ำยังมีเหลืออยู่ในแท็งก์พอใช้ดื่มกิน ส่วนการเข้าห้องน้ำต้องเดินไปใช้บริการที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเมื่อทำเป็นประจำก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ไกลและสามารถใช้ชีวิตได้
สำหรับหนี้ค้างชำระ นายบีระบุว่า ค่าน้ำค้างอยู่ประมาณ 3,000-4,000 บาท ส่วนค่าไฟฟ้าประมาณ 7,000-8,000 บาท หากมีผู้ใจบุญหรือหน่วยงานเข้ามาช่วยต่อน้ำและไฟฟ้าให้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของครอบครัวดีขึ้นอย่างมาก แต่หากไม่มีผู้ช่วยเหลือก็ไม่เป็นไร เพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
นายบี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทั้งตนและพี่ชายยังคงพยายามหางานทำ โดยพี่ชายแม้จะจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ แต่ยังหางานไม่ได้ ส่วนตนเพิ่งจบ ม.6 และยังไม่ได้เรียนต่อ อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสก็อยากเรียนต่อและทำงานไปด้วย เพราะมองว่าการศึกษาไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่
ด้าน ส.ต.ท.ภูกิจ เพชรคง ผบ.หมู่งาน ป.สภ.บางบัวทอง เจ้าของแฟนเพจ “ฝันร้ายบางพลู 122” เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 23 ก.ย. ขณะออกปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ พบสองพี่น้องบริเวณปากซอยจันทร์ทองเอี่ยม กำลังคุ้ยหาเศษอาหารจากถังขยะ จึงเข้าไปสอบถาม เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยพบคนคุ้ยอาหารบริเวณดังกล่าวเพื่อนำไปให้แมว แต่สองพี่น้องคู่นี้ไม่คุ้นหน้า
เมื่อถามว่าคุ้ยอาหารไปทำอะไร คำตอบที่ได้รับคือ “เอาไปกิน” ทำให้ ส.ต.ท.ภูกิจรู้สึกตกใจ ก่อนพูดคุยสอบถามรายละเอียดจนทราบว่าครอบครัวกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก โดยพี่ชายตกงานมาประมาณ 2 เดือน สมัครงานหลายแห่งแต่ยังไม่มีใครรับ ขณะที่แม่วัย 58 ปี ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพและเคยประสบอุบัติเหตุ
ส.ต.ท.ภูกิจ ระบุว่า พี่ชายคนโตเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อขาดรายได้จึงทำให้ทุกอย่างเริ่มล้มลง อาหารที่สองพี่น้องหาได้จากถังขยะจะนำกลับไปให้แม่รับประทานด้วย นอกจากนี้ ครอบครัวยังต้องเก็บกระดาษ ขวด และนำข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไปขายเพื่อหาเงิน โดยแทบไม่มีสิ่งของเหลืออยู่แล้ว
หลังทราบเรื่อง ส.ต.ท.ภูกิจอยู่พูดคุยกับสองพี่น้องจนถึงประมาณ 05.00 น. ที่ปั๊มน้ำมัน เนื่องจากน้องต้องมาชาร์จโทรศัพท์ ก่อนขับรถจักรยานยนต์ไปส่งถึงบ้าน พร้อมนำข้าวและของใช้บางส่วนไปวางไว้หน้าบ้านเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เนื่องจากไม่ต้องการรบกวนครอบครัวดังกล่าวมากนัก
ส.ต.ท.ภูกิจ กล่าวว่า เรื่องราวที่พบทำให้รู้สึกสะเทือนใจ เพราะไม่นึกว่าในเมืองใหญ่จะมีครอบครัวที่ต้องประสบปัญหาถึงขั้นไม่มีอาหารกิน แม้จะพยายามช่วยเหลือด้วยตัวเอง แต่ครอบครัวนี้มีปัญหาหลายด้านจนเกินกำลังที่จะช่วยได้ทั้งหมด จึงตัดสินใจนำเรื่องราวมาเผยแพร่ เพื่อหวังว่าจะมีหน่วยงานหรือผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ให้ครอบครัวมีน้ำไฟกลับมาใช้ และมีโอกาสได้งานทำเพื่อกลับมาตั้งหลักดำเนินชีวิตต่อไป