สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 เหตุเกิดกลางดึก ขณะผู้เสียหายขับรถออกจากร้านอาหารแล้วเจอจักรยานยนต์ 2 คันขี่ส่ายไปมา จึงบีบแตรเตือน 1 ครั้งเพื่อขอทางแซง แต่อีกฝ่ายกลับไม่พอใจ ขี่ประกบ ด่าทอ ถ่มน้ำลายใส่ ก่อนลงมาใช้เท้ากระหน่ำพังกระจกมองข้าง และเตะรอบคันจนเสียหายยับ ซ้ำร้ายหลังเกิดเรื่อง คู่กรณียังเข้ามาคอมเมนต์ท้าทายในโซเชียล อ้างไม่เกรงกลัว และลั่นประโยคสุดท้าทายว่า ไม่มีเงิน อยากได้ให้ไปฟ้องเอา

แต่หารู้ไม่ว่า รถที่ถีบกระจกมองข้างจนพังนั้น คือ รถเบนซ์ รุ่นพิเศษ สีน้ำเงิน ที่มีเพียง 18 คัน ในประเทศไทย ก่อนที่ต่อมา พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้สังการให้ พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล ดำเนินการติดตาม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ทำลายรถยนต์เสียหายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 13.20 น. ที่ สภ. พุทธมณฑล นายเก็ท ผู้ขับขี่ จยย. ที่ถ่มน้ำลายและทำลายรถเบนซ์เสียหาย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทำให้เสียทรัพย์ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับเพื่อนอีก 1 คน คือนายเต้ ร่วมกันทำลายรถยนต์คันดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่มีการตอบโต้กันทั้ง 2 ฝ่าย
พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและนำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนครปฐม ขณะที่ผู้เสียหายก็ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ และจะมาดูหน้าผู้ก่อเหตุทั้งสอง


ด้าน พ.ต.อ. พรชัย อริยานนท์ ผกก. สภ. พุทธมณฑล เปิดเผยว่า วันนี้นายเก็ทและนายเต้เดินทางมามอบตัว ส่วนผู้หญิงที่ซ้อนนายเก็ทนั้น ทางผู้เสียหายได้เดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมวันนี้เพื่อที่จะดูข้อกล่าวหาว่าเข้าข้อกฎหมายหมิ่นประมาทหรือไม่
ผู้ก่อเหตุทั้งสองให้คำรับสารภาพว่า เกิดความโมโหจึงกระทำแบบนั้น ซึ่งหลังจากผู้เสียหายให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดูว่าเข้าข้อกฎหมายอื่นหรือไม่ ถ้าเข้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ระหว่างการควบคุมนำตัวส่งศาลแขวงจังหวัดนครปฐม นายเก็ทกล่าวขอโทษ ส่วนค่าความเสียหาย ซึ่งมีการประเมินว่าประมาณ 600,000 บาทนั้น นายเก็ท ระบุว่า เป็นคนทำก็ต้องรับผิดชอบ และฝากขอโทษพี่ผู้หญิงด้วยที่ถ่มน้ำลายใส่